วิกฤตหุ้นกู้ลาม! 5 บจ. “RS- MONO-ECF-PF-GRAND” ผิดนัดหนี้เฉียด 550 ล้านบาท

สัญญาณเตือนตลาดเงิน! 5 บจ.ดังทั้ง RS, MONO, ECF, PF และ GRAND ผิดนัดชำระหนี้ทั้งหุ้นกู้และสถาบันการเงิน รวมมูลค่ากว่า 546 ล้านบาท ท่ามกลางแรงกดดันด้านสภาพคล่องและภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งที่มีภาระชำระหุ้นกู้และหนี้สถาบันการเงิน โดยพบว่ามีอย่างน้อย 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS, บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO, บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF, บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF และบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ที่แจ้งผิดนัดชำระหนี้ ทั้งในส่วนของสถาบันการเงินและหุ้นกู้ รวมมูลค่ากว่า 546 ล้านบาท ท่ามกลางแรงกดดันด้านสภาพคล่องและภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว

กรณีของบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ขึ้นเครื่องหมาย CB (Caution – Business) เนื่องจากบริษัทผิดนัดชำระหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยบริษัทชี้แจงว่า ไม่สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้เป็นไปตามแผนได้ จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้กระแสเงินสดหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทขาดสภาพคล่องชั่วคราว และเป็นเหตุให้ผิดนัดชำระตั๋วสัญญาใช้เงินรวม 317.37 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้บันทึกรายการดังกล่าวเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและดอกเบี้ยค้างจ่ายไว้แล้ว

RS ระบุว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการชำระคืนกับสถาบันการเงินที่เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และเชื่อว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้ในระยะอันใกล้ พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจและการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ ขณะเดียวกันยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการลูกค้าและคู่ค้าหลักของบริษัทและบริษัทย่อย

ด้านบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ว่า บริษัทผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงิน โดยระบุว่าตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้แผนธุรกิจและการบริหารคอนเทนต์ของบริษัทย่อยได้รับผลกระทบตามไปด้วย

บริษัทจึงปรับผังรายการเพื่อลดการพึ่งพาคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์จากสตูดิโอชั้นนำในระยะยาว และได้เจรจากับเจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อขอลดมูลค่าสัญญาให้สอดคล้องกับลิขสิทธิ์ที่ได้รับ แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ส่งผลให้ผิดนัดชำระหนี้จากสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้าประกันรวม 284 ล้านบาท และยังผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร

อย่างไรก็ตาม MONO เปิดเผยว่า ได้ทยอยชำระคืนหนี้บางส่วนแล้ว ทำให้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีภาระหนี้คงเหลือ 203 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8% ของสินทรัพย์รวม ภายใต้หนังสือเลตเตอร์ออฟเครดิตดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมได้ตามกำหนด ส่งผลให้สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ทั้งจำนวน

MONO ระบุเพิ่มเติมว่า อยู่ระหว่างการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินมาตรการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้จากธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งผ่านแพลตฟอร์ม Monomax ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ, ยูฟ่า รวมถึงการแข่งขันวอลเลย์บอล นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มทุนตามมติคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรองรับการระดมทุนและเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

ขณะที่บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF แจ้งเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ว่า บริษัทผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3 รุ่น ได้แก่ ECF255B จำนวน 6.66 ล้านบาท, ECF262A จำนวน 1.06 ล้านบาท และ ECF28NA จำนวน 1.96 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 9.68 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 รุ่นมีผู้ถือหุ้นกู้รวม 128 ราย

ECF ชี้แจงว่า บริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน แม้พยายามระดมทุนเพื่อนำมาชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้แล้ว แต่ไม่สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนได้ทันตามกำหนด อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเร่งหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อนำมาชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ทุกรุ่น และยังคงตั้งเป้าชำระคืนเงินต้นให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ตามแผนเดิม

ทั้งนี้ หุ้นกู้ ECF255B มียอดคงค้าง 179 ล้านบาท และ ECF262A มียอดคงค้าง 28 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569 ส่วน ECF28NA มียอดคงค้าง 49.50 ล้านบาท และจะครบกำหนดในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2571

ส่วนบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ว่า บริษัทผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ 5 รุ่น ซึ่งครบกำหนดระหว่างวันที่ 7-11 พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมมูลค่า 10.18 ล้านบาท ประกอบด้วย PF264A, PF265B, PF268A, PF25NA และ PF258B

บริษัทระบุว่า สาเหตุเกิดจากปัญหาสภาพคล่อง หลังภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ประกอบกับแผนขายทรัพย์สินและการจัดหาสินเชื่อเพื่อชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้กระแสเงินสดไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม PF เปิดเผยว่า ได้เร่งดำเนินการเจรจาขายทรัพย์สินและจัดหาวงเงินสินเชื่อจากแหล่งอื่นเพื่อนำมาชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 โดยข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ณ วันที่ 18 พฤษภาคม ระบุว่า หุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นของ PF ได้รับการปลดเครื่องหมาย DP : Default Payment แล้ว หลังบริษัทสามารถแก้ไขเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยได้สำเร็จ

ด้านบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND แจ้งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า บริษัทผิดนัดชำระเงินต้นงวดที่ 1 จำนวน 4.30 ล้านบาท และดอกเบี้ยอีก 1.11 ล้านบาท ของหุ้นกู้รุ่น GRAND259B ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

GRAND ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากภาวะขาดสภาพคล่อง อันเป็นผลจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซา รวมถึงความล่าช้าในการขายทรัพย์สินและจัดหาวงเงินสินเชื่อ ส่งผลให้กระแสเงินสดไม่เพียงพอในการชำระหนี้

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเร่งเจรจาขายทรัพย์สินและจัดหาวงเงินสินเชื่อจากแหล่งอื่น เพื่อนำมาชำระหุ้นกู้ภายใน 15 วันนับจากวันครบกำหนด โดยหุ้นกู้รุ่นดังกล่าวมีมูลค่า 85.9 ล้านบาท และจะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 12 พฤษภาคม 2571 ซึ่งเป็นหุ้นกู้แบบทยอยคืนเงินต้น

Back to top button