
IAA มอง SET สิ้นปีแตะ 1,389 จุด! EPS เฉลี่ย 91.17 บาท แนะสะสม 5 หุ้นบิ๊กแคป
IAA เผยผลสำรวจมุมมองลงทุนปี 2569 มองเศรษฐกิจยังบวก แม้หั่นสมมติฐาน GDP เหลือ 1.67% คาด SET สิ้นปีเฉลี่ย 1,389 จุด พร้อมประเมิน EPS ของตลาดในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 91.17 บาท ชี้ดอกเบี้ยขาลงหนุนตลาด แนะลงทุน 5 หุ้นเด่น ADVANC-CPALL-GULF-KTB-MTC
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลการสำรวจมุมมองการลงทุนและทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) จากนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจรวม 24 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ 21 บริษัท บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 1 บริษัท และบริษัทโกลด์ฟิวเจอร์ส 2 บริษัท
ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบทุกรายมองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็นบวก โดยใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) อยู่ในช่วง 1.4–2.0% มีค่าเฉลี่ยที่ 1.67% ปรับลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1.9%
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนคาดว่าการฟื้นตัวของดัชนีจะต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569 โดยคาดว่าดัชนี ณ สิ้นไตรมาสแรก จะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1,322 จุด
ขณะที่มุมมองระยะยาวถึงสิ้นปี 2569 ปัจจัยบวกที่มีอิทธิพลต่อดัชนีมากที่สุด ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจ 91.3% มองว่าเป็นแรงหนุน รองลงมาคือทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา 82.6% และปัจจัยด้านการเมืองในประเทศ 60.9%
ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นปี 2569 ผู้ตอบแบบสำรวจ 72.73% คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.00% ขณะที่ 13.64% มองว่าอาจลดลงเหลือ 0.75% และอีก 13.64% คาดว่าจะทรงตัวที่ 1.25% จากปัจจุบัน (ณ วันที่ 6 มกราคม 2569)
ส่วนประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของตลาดในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 91.17 บาท โดยผู้ตอบ 80% ประเมินอยู่ในช่วง 90–99.99 บาท และอีก 20% มองอยู่ในช่วง 80–89.99 บาท
ทั้งนี้ เป้าหมายดัชนี SET Index ณ สิ้นปี 2569 ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ 75% มองอยู่ในกรอบ 1,301–1,400 จุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ระดับ 1,389 จุด
สำหรับคำแนะนำการลงทุนในต่างประเทศ นักลงทุนส่วนใหญ่แนะนำกองทุนตราสารหนี้สหรัฐ รวมถึงกลุ่ม AI-Technology และ Healthcare ขณะที่การลงทุนในเอเชียเน้นเชิงคัดเลือก (Selective Asia) โดยให้ความสนใจตลาดจีน ฮ่องกง อินเดีย และญี่ปุ่น
ทั้งนี้ รายชื่อหุ้นนักวิเคราะห์แนะนำโดยมีจำนวนสำนักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 5 สำนักขึ้นไป มีดังนี้
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC คาดว่ากำไรปี 2569 จะเติบโต 11% จากปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท จากการแข่งขันที่ผ่อนคลายลง พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 5% ต่อปี
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ได้รับปัจจัยบวกจากการจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและการใช้จ่าย รวมถึงประโยชน์จากการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ส่งผลบวกต่อผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/2569
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แนวโน้มผลการดำเนินงานยังเติบโตต่อเนื่อง และมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ยังถูกมองว่ามีกำไรแข็งแกร่ง สามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ดี และมีมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง
บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ได้รับอานิสงส์จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง หนุนผลการดำเนินงาน โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2568 จะโดดเด่น จากการเร่งตัวของสินเชื่อในช่วงไฮซีซัน และการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9

