“กรภัทร” ชี้ DELTA กด SET ชั่วคราว รับธีม AI หนุน จับตา ITC-BCP-BDMS เด่น

"นายกรภัทร วรเชษฐ์" ประเมินแรงขาย DELTA กดดัชนีเพียงชั่วคราว ไม่กระทบพื้นฐานระยะกลางถึงยาว ขณะที่แนวโน้มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI Infrastructure ยังเป็นแกนหลัก รวมถึงภาคท่องเที่ยวลุ้นแรงหนุนตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ด้านพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมีมีโอกาสฟื้นตัว พร้อมชู ITC, BCP และ BDMS เป็น Top Pick น่าสนใจวางสถานะลงทุน


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 8 ม.ค.69 ว่า บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากรายการซื้อขายบนกระดานรายใหญ่ของหุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA

ทั้งนี้ Delta International Holding Limited B.V. บริษัทย่อยจากไต้หวัน ขายหุ้นจำนวน 51.20 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.41% ของหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมด ในช่วงราคา 171–175 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาซื้อขายบนกระดานหลัก ส่งผลให้ราคาหุ้น DELTA ปรับตัวลดลงตามแรงกดดันระยะสั้น

นายกรภัทร ประเมินว่า การปรับตัวลงดังกล่าวเป็นผลกระทบเชิงเทคนิคชั่วคราวที่เกิดขึ้นเพียง “วันเดียว” โดยแรงขายไม่ได้สะท้อนสะภาพคล่องโดยรวมของ DELTA จะดีขึ้นตามลำดับ ในส่วนของนักลงทุนสถาบันก็จะสามารถจัดการการเคลื่อนไหวของ DELTA ได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับมุมมองระยะกลางถึงยาว 3–5 ปี DELTA ยังคงได้ประโยชน์จากแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก (Global Tech Industry) โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) ที่เร่งการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งระบบทำความเย็นและระบายความร้อนของศูนย์ข้อมูล ทั้ง Air Cooling และ Liquid Cooling ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนโอกาสการเติบโตของ Delta Technologies

ทั้งนี้ตลาดจึงถูกมองว่ามีโอกาสดีดตัวในลักษณะขั้นบันได หลัง DELTA เริ่มนิ่งตัวในช่วงถัดไป โดยโซน 1,265 จุดทำหน้าที่เป็นฐานรับแรงกระแทก และมีแนวต้านสำคัญที่ 1,287–1,294 จุด

ขณะที่ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ หากไม่พิจารณาจากปัจจัย DELTA ตลาดยังคงมีโมเมนตัมบวกจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับแรงกระตุ้นจากการจับจ่ายและการเดินทางในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งในปีนี้เลื่อนมาอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนมกราคมของปีก่อนที่อยู่ระดับ 3.70 ล้านคน ซึ่งเทียบเท่าช่วงก่อนโควิดในปี 2562 การอ่อนตัว 0.60% เมื่อเทียบปีต่อปีในสัปดาห์แรกของปีนี้จึงไม่ถือเป็นสัญญาณลบเชิงโครงสร้าง โดยนักวิเคราะห์มองว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีนี้มีโอกาสสูงกว่าปีก่อน และจะเป็นแรงปัจจัยหนุนหุ้นไทยกลุ่มบริการท่องเที่ยว

อีกหนึ่งที่ได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์เวเนซุเอลา หลังสหรัฐเข้าควบคุมกำกับดูแลด้านซัพพลายน้ำมันนั้น ส่งผลให้ค่าการกลั่น (GRM) มีโอกาสฟื้นตัว และต้นทุนวัตถุดิบของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีปรับตัวในโซนที่ยังเอื้อต่อการเก็งกำไรเชิง Value Play โดยมีหุ้นที่ถูกกล่าวถึง เช่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC

รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ที่ Global Cycle เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเด่นที่บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เป็นหุ้นที่น่าลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่ให้ระวังเรื่องเงินบาทแข็งค่าที่อาจกระทบกับมาร์จิ้นบ้าง ซึ่งมีโอกาสกลับเข้าสู่ดัชนี SET 50 หรือ SET 100 ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า หากมีการปรับโครงสร้างสภาพหุ้นหมุนเวียนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ตลาดในอนาค

ขณะที่ GDP ไทยปี 2569 ถูกประเมินอย่างระมัดระวังที่ระดับประมาณ 1.80% แม้ต่ำกว่า 2% แต่ไม่ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของตลาด โดยอาจเป็นตัวเร่งให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม 1–2 ครั้งในช่วงปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเชิงบวกที่นักลงทุนเฝ้าติดตาม

อย่างไรก็ดี นายกรภัทรชูท็อปพิกหุ้นที่น่าสนใจอย่าง ITC, BCP และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ซึ่งมีสัญญาณการเติบโตของผลประกอบการไตรมาส 4 ที่แข็งแรง

Back to top button