
PTG ดึง “โปรจีโน่” มือหนึ่งโลก นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์-รุก Non-Oil ดันมาร์จิ้นโตกว่า 20%
PTG เปิดตัว “โปรจีโน่” อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลก Brand Ambassador ตอกย้ำภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ สร้างชื่อเสียงให้ไทยบนเวทีระดับนานาชาติ ตั้งเป้าปริมาณขายน้ำมันปีนี้ 7,000 ล้านลิตร โต 5–10% เร่งขยาย Non-Oil ดันมาร์จิ้นสูงกว่า 20% วางงบลงทุน 3–4 พันล้านบาท ลุย Non-Oil และรีโนเวตสถานีบริการ หวังใช้ฐานสมาชิก 27 ล้านรายสร้าง Ecosystem ระยะยาว ปูทางทวงคืนอันดับ 2 ตลาดน้ำมันไทย
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำธุรกิจพลังงานครบวงจรของไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนศักยภาพคนรุ่นใหม่ ประกาศแต่งตั้งนางสาวอาฒยา ฐิติกุล “โปรจีโน่” นักกอล์ฟอาชีพหญิงอันดับ 1 ของโลก นักกอล์ฟหญิงมืออาชีพระดับโลก เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์การสนับสนุนศักยภาพคนรุ่นใหม่และแรงบันดาลใจของคนไทยสู่เวทีสากล
โดยบริษัทเล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถด้านกีฬากอล์ฟ “โปรจีโน่” นักกอล์ฟอาชีพหญิงอันดับ 1 ของโลก ซึ่งความสำเร็จของ “โปรจีโน่” ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ แต่ยังสะท้อนถึงความมีวินัย และความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและค่านิยมของ PTG ที่ให้ความสำคัญกับ “การบริการด้วยใจ” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าในทุกมิติ
นายพิทักษ์ กล่าวอีกว่า PTG เป็นหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนนักกีฬามาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้บริษัทเล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของโปรจีโน่ Brand Ambassador คนล่าสุดที่สามารถฝ่าฟันแรงกดดันในการแข่งขันระดับแอลพีจีเอทัวร์ และก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟอาชีพหญิงอันดับ 1 ของโลกในปัจจุบัน
“เราภูมิใจที่โปรจีโน่แสดงศักยภาพและความสามารถของคนไทยให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก สะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ รวมถึงการสนับสนุนในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำแนวคิดขององค์กรที่ทันสมัย สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มความสุขให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายพิทักษ์กล่าว
สำหรับเส้นทางความสำเร็จของโปรจีโน่ เริ่มต้นจากการเล่นกอล์ฟตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นหญิงมือ 1 ของโลก และคว้าแชมป์รายการ Ladies European Thailand Championship ด้วยวัยเพียง 14 ปี นับเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่ชนะรายการกอล์ฟอาชีพก่อนเทิร์นโปรในปี 2020
ต่อมาในปี 2022 โปรจีโน่เข้าร่วมแข่งขันในแอลพีจีเอทัวร์และประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยการคว้าแชมป์ 2 รายการ ได้แก่ JTBC Classic และ Walmart NW Arkansas Championship ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟอาชีพหญิงมือ 1 ของโลกในช่วงปลายปีเดียวกัน พร้อมคว้ารางวัลนักกอล์ฟหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2022
ขณะที่ในปี 2025 โปรจีโน่คว้าแชมป์ถึง 3 รายการ ได้แก่ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai และ CME Group Tour Championship รวมถึงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำคะแนนเฉลี่ยดีที่สุดตลอดกาลในฤดูกาลแอลพีจีเอทัวร์ ที่ระดับ 68.681 คะแนน
ด้าน “โปรจีโน่-อาฒยา ฐิติกุล” กล่าวว่า การเชื่อมั่นในตัวเองคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ ควบคู่กับการมีวินัยและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อลงแข่งขันต้องบอกกับตัวเองว่าเราทำได้ และมุ่งมองไปข้างหน้า หากเกิดข้อผิดพลาดต้องรีบแก้ไข เนื่องจากกอล์ฟเป็นกีฬาที่มีความไม่แน่นอน ทั้งสภาพอากาศ ลม และสภาพจิตใจ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ เพราะพลังใจจะช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรค และเป็นแรงผลักดันให้ทำผลงานได้ดีที่สุด จนนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ทั้งนี้ PTG ขอร่วมมอบกำลังใจให้โปรจีโน่ พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคน ด้วยพลังใจและความมุ่งมั่น สู่ความสำเร็จที่ไม่ไกลเกินเอื้อม โดย PTG ยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการสนับสนุนบุคคลต้นแบบ เพื่อเติบโตไปพร้อมกับทุกคนอย่างยั่งยืน
นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน PTG เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 7,000 ล้านลิตร เติบโตประมาณ 5–10% จากปีก่อน พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้เติบโตราว 10% ตามปริมาณการขาย
ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งการตลาดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 22% ณ สิ้นปีที่ผ่านมา และอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดน้ำมันไทย โดยเป้าหมายระยะยาวคือการกลับขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของประเทศอีกครั้ง ภายใต้การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการควบรวมกิจการของคู่แข่งรายสำคัญ ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอันดับ 2 อยู่ที่ราว 27–28% และอันดับ 1 อยู่ที่ประมาณ 34–35%
ในเชิงกลยุทธ์ PTG ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil) มากขึ้น เนื่องจากธุรกิจน้ำมันมีข้อจำกัดด้านอัตรากำไรจากการกำกับดูแลของภาครัฐ โดยมาร์จิ้นเฉลี่ยของธุรกิจน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil เป็นตลาดเสรีและมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 20% บริษัทจึงวางงบลงทุนในธุรกิจ Non-Oil ประมาณ 1,500–2,000 ล้านบาท จากแผนปีนี้ตั้งงบลงทุนราว 3,000-4,000 ล้านบาท
โดยกลุ่ม Non-Oil ที่บริษัทมุ่งเน้น ได้แก่ ร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” ซึ่งตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 800 สาขา จากปีก่อนที่มีอยู่ราว 2,100–2,200 สาขา รวมถึงศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์(ออโต้แบค) ที่ตั้งเป้าเปิดเพิ่มประมาณ 50 สาขา ควบคู่กับการใช้ฐานสมาชิก Max Card กว่า 27 ล้านราย เป็นกลไกสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและสร้าง Ecosystem โดยตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกเป็น 30 ล้านรายภายใน 1–2 ปีข้างหน้า
สำหรับการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน บริษัทปรับกลยุทธ์จากการเร่งเปิดสาขาใหม่มาเน้นการยกระดับสถานีเดิม โดยตั้งงบลงทุนในส่วนสถานีบริการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการเปิดปั๊มใหม่ไม่เกิน 20 แห่ง และการรีโนเวตสถานีเดิมประมาณ 50–60 แห่ง เพื่อปรับจากรูปแบบเดิมให้เป็นสถานีมาตรฐานระดับสูง รองรับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ และเพิ่มศักยภาพรองรับธุรกิจ Non-Oil
ส่วนแผนการนำร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” เข้าตลาดหลักทรัพย์ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างองค์กร ระบบควบคุม และการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) โดยคาดว่านำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงปี 2570–2571 เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

