
IFA ชงผู้ถือหุ้น MONO ไฟเขียวจับมือ JAS ลุยถ่ายสดพรีเมียร์ลีก “เวียดนาม”
ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระแนะนำผู้ถือหุ้น MONO อนุมัติจับมือ JAS HK ลุยเผยแพร่คอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศเวียดนาม หนุนรายได้และอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ และเปิดทางขยายตลาดต่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 มีมติอนุมัติให้ บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นทางอ้อมผ่าน บริษัท โมโน ไซเบ้อร์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 เข้าทำธุรกรรมกับ JAS Jasmine International (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดโดย บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและให้บริการวางระบบการเผยแพร่คอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศเวียดนาม
โดยธุรกรรมดังกล่าวครอบคลุมการให้บริการด้านเทคนิคการออกอากาศ การให้คำปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์การตลาดและการประชาสัมพันธ์ การให้คำแนะนำด้านการผลิตสื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ The Football Association Premier League Limited รวมถึงการพัฒนาและบริหารระบบเชื่อมต่อข้อมูล การรายงานฐานสมาชิกผู้ใช้บริการ และการทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์กับผู้ให้บริการเผยแพร่คอนเทนต์ในประเทศเวียดนาม โดยมีระยะเวลาสัญญารวมประมาณ 5 ปี 5 เดือน หรือ 5 ฤดูกาลครึ่ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ครอบคลุมช่วงครึ่งฤดูกาล 2025/26 และฤดูกาล 2026/27 ถึงฤดูกาล 2030/31 มูลค่าธุรกรรมรวมทั้งสิ้นประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินประมาณ 478.06 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายเดียวกัน คือ นายพิชญ์ โพธารามิก การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีขนาดรายการคิดเป็นร้อยละ 165.28 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทและบริษัทย่อย ตามงบการเงินรวมฉบับสอบทานสำหรับไตรมาสที่ 3/2568 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568
โดยบริษัทระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันอื่นกับกลุ่มจัสมิน ยกเว้นรายการธุรกิจปกติหรือรายการสนับสนุนธุรกิจปกติ ดังนั้น การเข้าทำธุรกรรมในครั้งนี้ บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูล จัดทำรายงาน แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้ความเห็นประกอบการพิจารณา
โดยบริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ได้ทำการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ ความเป็นไปได้ของการดำเนินงาน ภาระหน้าที่สำคัญตามสัญญาว่าจ้าง รวมถึงข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงของธุรกรรมดังกล่าว และเห็นว่าการเข้าทำธุรกรรมจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นในหลายด้าน ได้แก่ การสร้างรายได้และเพิ่มอัตรากำไรจากการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ การใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของบริษัทเพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด การเสริมสร้างภาพลักษณ์และประสบการณ์การทำงานระดับนานาชาติ รวมถึงความรวดเร็วในการเจรจาและต่อรองเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระได้ระบุถึงข้อเสียและความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นควรพิจารณา อาทิ ระยะเวลาการรับรู้รายได้ที่จำกัดตามอายุสัญญา ภาระหน้าที่เพิ่มเติมจากการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน รวมถึงความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามสัญญา ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความไม่แน่นอนในการได้รับส่วนแบ่งรายได้เพิ่มเติม ความล่าช้าในการชำระค่าตอบแทน และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกสัญญาในอนาคต
ส่วนในด้านการประเมินผลตอบแทน ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระได้ใช้วิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานในอนาคตภายใต้สมมติฐานที่สมเหตุสมผล โดยพบว่า ในกรณีฐาน ธุรกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิประมาณ 71.30 ล้านบาท และในกรณีวิเคราะห์ความอ่อนไหว จะมีมูลค่าอยู่ในช่วง 68.77–281.88 ล้านบาท พร้อมอัตรากำไรสุทธิในช่วงร้อยละ 66.21–78.83 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกรรมมีความคุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากมูลค่าปัจจุบันสุทธิเป็นบวก
นอกจากนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระยังพิจารณาว่า เงื่อนไขในสัญญาว่าจ้างและอัตราค่าตอบแทนที่บริษัทจะได้รับจาก JAS HK มีความเหมาะสม โดยบริษัทจะได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำที่รับประกันจำนวน 910,000 ดอลลาร์สหรัฐ และส่วนแบ่งรายได้ค่าธรรมเนียมสมาชิกร้อยละ 5.85 จากส่วนเกินรายได้จากการให้บริการเผยแพร่คอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศเวียดนาม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับโครงสร้างต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้ว บริษัทมีแนวโน้มที่จะมีกำไรจากธุรกรรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณาโดยรวม ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมีความเห็นว่า การเข้าทำธุรกรรมรายการที่เกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด และ JAS Jasmine International (Hong Kong) Limited มีความสมเหตุสมผล เหมาะสม และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) และผู้ถือหุ้น ทั้งในด้านการเพิ่มรายได้ อัตรากำไร และการเปิดโอกาสสู่การขยายธุรกิจและตลาดในต่างประเทศ พร้อมแนะนำให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าว
อนึ่ง MONO เตรียมเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 ในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์2569 เวลา 14:00 นาฬิกา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

