
ครม.ต่ออายุ e-Tax ถึงสิ้นปี 70 ลดต้นทุนธุรกิจ คาดเพิ่มสภาพคล่องกว่า 2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี
ครม.เห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ขยายมาตรการภาษีอิเล็กทรอนิกส์ถึงสิ้นปี 2570 หนุนใช้ e-Tax และ e-Withholding Tax ต่อเนื่อง คาดเพิ่มสภาพคล่องภาคธุรกิจกว่า 2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมลดต้นทุนการดำเนินงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 มิ.ย.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายรวม 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อขยายระยะเวลามาตรการภาษีส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ จากเดิมที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Transformation) ลดภาระต้นทุนผู้ประกอบการ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
สาระสำคัญเป็นการขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนและการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายที่เกี่ยวข้องมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายจริง ครอบคลุมทั้งค่าลงทุนซอฟต์แวร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ค่าบริการจากผู้ให้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินระบบสารสนเทศของผู้ให้บริการ (Service Provider) ที่ชำระให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบขยายมาตรการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2570 โดยลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% (จากเดิม 2-5%) สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ค่าเช่า ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ และค่าประกอบวิชาชีพอิสระ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจและลดภาระด้านเอกสาร
ปัจจุบันกรมสรรพากรมีผู้ให้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt จำนวน 23 ราย ผู้ให้บริการ e-Filing 1 ราย และผู้ให้บริการ e-Stamp Duty 5 ราย ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
กระทรวงการคลัง คาดว่าการขยายมาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 66 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 2 ปี แต่จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจผ่านมาตรการ e-Withholding Tax ประมาณ 27,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งลดต้นทุนการดำเนินงาน ส่งเสริมการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

