ตรุษจีนปี 69 เงินสะพัด 5.2 หมื่นล้านบาท หนุนหุ้นกลุ่มอาหาร พ่วงดีมานด์หมู-ไก่ทะลัก

“หอการค้า” ประเมินเทศกาลตรุษจีนเม็ดเงินใช้จ่าย 5.2 หมื่นล้านบาท ด้านบล.กรุงศรี ชี้ราคาสุกรจีน-เวียดนามปรับตัวขึ้นแรงรับดีมานด์ก่อนตรุษจีน สะท้อนสัญญาณบวกต่อ กลุ่มเนื้อสัตว์ หนุนจังหวะเก็งกำไรหุ้นอาหารและเกษตร อาทิ ITC-CPF-GFPTและ TU เด่น


ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง เทศกาลตรุษจีนปี 2569 กำลังกลายเป็น “จังหวะเชิงกลยุทธ์” สำหรับนักลงทุน เมื่อเม็ดเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจยังหมุนเวียนในระดับสูงใกล้ 5.2 หมื่นล้านบาท สะท้อนกำลังซื้อที่ยังประคองตัวได้ดี โดยเฉพาะในหมวดอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเริ่มปรับตัวขึ้นรับดีมานด์ตามฤดูกาล ขณะที่บล.กรุงศรีชี้เป็นบวกต่อกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารฟื้นตัวเด่น โดยเฉพาะราคาหมูเวียดนาม-หมูจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก่อนเทศกาลตรุษจีน ชู ITC–TU–CPF-GFPT เด่นรับฤดูกาล

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 เมื่อวันที่ 24 มกราคม ว่า ขณะนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลและเตรียมจัดทำผลสำรวจอย่างเป็นทางการเพื่อแถลงข่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์เบื้องต้น ประเมินว่าบรรยากาศในช่วงตรุษจีนปี 2569 จะยังคงมีความคึกคักในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2568 ที่มีเงินสะพัดกว่า 51,787 ล้านบาท

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สำหรับมูลค่าการใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนปี 2569 คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดอยู่ในระดับทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังไม่โดดเด่นมากนัก ทำให้ประชาชนยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย แม้ว่าตรุษจีนจะเป็นประเพณีสำคัญที่มีการใช้จ่ายสูงเป็นปกติก็ตาม ทั้งนี้ การจับจ่ายใช้สอยอาจเพิ่มขึ้นบ้างในบางหมวดสินค้า แต่จะเป็นการเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด เนื่องจากประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย ซึ่งทางศูนย์ฯ จะสรุปภาพรวมและตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้งในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

ที่จ.เชียงใหม่ นายกอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้เศรษฐกิจพื้นที่คงได้รับอานิสงส์จากไฮซีซั่น โดยระยะสั้นยังไม่เห็นผลกระทบว่าจะบวกหรือลบ คงต้องรอดูผลการเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไร ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่มีสัญญาบวกหรือลบกันแน่ ต้องติดตามดูข้อมูลไปก่อนว่า รัฐบาลจะเป็นอย่างไร จะมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน

“ประการแรกคือ เรากำลังเข้าสู่หน้าฝุ่นควัน ต้องเร่งรับมือกันหนักเพราะเข้าสู่โลว์ซีซั่นแล้ว เรื่องปกติของเชียงใหม่มากว่า 10 ปีแล้ว ในขณะที่การส่งออกก็มีปัจจัยกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งตัวมาก รวมทั้งรอดูรัฐบาล ตอนนี้ทุกอย่างจึงดูนิ่งๆ”นายกอบกิจกล่าว

ที่ จ.สงขลา จังหวัดสงขลาเตรียมจัดงาน “เทศกาลตรุษจีนหาดใหญ่ ประจำปี 2569 : แสงแห่งความหวัง” Hatyai Chinese New Year Festival 2026 จัดโดยสมาคมไทย-จีน จังหวัดสงขลา ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 17 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 รวมระยะเวลา 6 วัน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 23.00 น. ณ โรงเรียนศรีนครมูลนิธิ และบริเวณถนนเทพสงเคราะห์ ถนนชีอุทิศ และถนนธรรมนูญวิถี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิดหลัก “ปลุกเมืองหาดใหญ่ลุกขึ้นใหม่” หลังมหาวิปโยคน้ำท่วม 2568 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวหลังเหตุการณ์อุทกภัย สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ กระตุ้นให้เมืองหาดใหญ่กลับมามีชีวิตชีวา เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนในท้องถิ่น พร้อมทั้งสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนให้คงอยู่สืบไป ตลอดจนส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ เข้าใจ และตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญของสังคม

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปาลม์ดิบเพิ่มขึ้น 1.9% เทียบสัปดาห์ก่อน จากความต้องการเพิ่มขึ้นก่อนเทศกาลตรุษจีนและรอมฎอน ควบคู่กับอุปทานตึงตัวตามฤดูกาล

ส่วนราคาถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 1.3% เทียบเดือนก่อนหน้า แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์จากจีนและผู้นำเข้าฝั่งเอเชียเริ่มมีการ restock วัตถุดิบอาหารสัตว์หลังผ่านช่วงวันหยุดต้นปี และความกังวลด้านอุปทานในอเมริกาใต้ลดลง

ขณะที่ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้น 0.2% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า คาดว่าผลผลิตจากบราซิลจะลดลงเล็กน้อยจากฤดูกาลก่อนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงในประเทศทำให้ผู้ผลิตน้ำตาลหันไปส่งผลผลิตไปผสมเอทานอลซึ่งให้ผลกำไรมากกว่าแทนที่จะส่งไปโรงงานน้ำตาล ส่วนราคายางพาราลดลง 0.6% จากความความกังวลต่อตลาดอุตสาหกรรมยานยนตโลกที่ฟื้นตัวไม่แรง

ด้านอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ราคาไก่มีชีวิตทรงตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 40.50 บาท (ต้นทุน 35 บาท) และราคาสุกรไทย ทรงตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้าที่ 69.50 บาท (ต้นทุน 55 บาท) จากอุปทานและอุป สงค์ค่อนข้างสมดุล

ขณะที่ราคาสุกรเวียดนามเพิ่มขึ้น +5.8% เทียบไตรมาสก่อนหน้าที่ 76,000 ดอง หรือ 91.20 บาท (ต้นทุนการเลี้ยง 43,000 ดอง) จากโรคอหิวาต์แอฟริการะบาด (ASF) จึงยังคงจำกัดสุกรเข้าสู่ตลาด ขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมเทศกาลตรุษญวน (Tet Holiday-เหมือนตรุษจีน) ส่วนราคาสุกรจีนเพิ่มขึ้น 2.7% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 13.14 หยวน หรือ 59.40 บาท (ต้นทุนการเลี้ยง 13.50 หยวน) จากความต้องการเพิ่มขึ้นล่วงหน้าก่อนตรุษจีน

ราคาหมูเวียดนาม-หมูจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก่อนเทศกาลตรุษจีน 

โดยให้น้ำหนักกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร NEUTRAL เลือก ITC แนะซื้อราคาเป้าหมาย 20.00 บาท เป็น Top pick กลุ่มฯจากแนวโน้มกำไรเติบโตในไตรมาส 4/68 และต่อเนื่องไปยังปี 2569-2570 จากสัดส่วนสินค้าพรีเมียมเพิ่มขึ้นแนวโน้ม SG&A/sales ลดลง อีกทั้งมีเงินสดในมือสูงและไม่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย

ขณะที่ TU แนะซื้อราคาเป้าหมาย 14.20 บาท,CPF แนะนำ  NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท,GFPT แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 15.50 บาท,NER แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 6.10 บาท,TVO แนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท

Back to top button