“กรภัทร” มอง SET ไปต่อ! แรงหนุนฟันโฟลว์ แนะสะสม BCP-AWC-CENTEL

กรภัทร วรเชษฐ์ มองตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง รับแรงหนุนจาก Fund Flow ที่เริ่มไหลเข้า หลังนักลงทุนสลับพอร์ตจากหุ้นเทคโนโลยี พร้อมแนะสะสม BCP, AWC และ CENTEL เป็นหุ้นเด่น


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 69 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นโลกเริ่มเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลต่อระดับการประเมินมูลค่าที่ตึงตัว หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า จากความคาดหวังต่อการเติบโตของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี ภายใต้ภาวะที่เม็ดเงินลงทุนอยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่ผลตอบแทนเชิงกำไรอาจไม่สามารถสะท้อนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการปรับพอร์ตและโยกเงินลงทุนไปยังหุ้นในกลุ่ม Value ที่มีระดับความคาดหวังต่ำกว่าและมีความเสี่ยงจำกัดมากขึ้น

ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งเอเชีย (ไม่รวมจีน) สะท้อนสัญญาณบวกชัดเจน โดยดัชนีภาคการผลิตปรับขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 42 เดือน ขณะที่ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เริ่มกลับมายืนเหนือระดับ 50 จุด ซึ่งบ่งชี้ถึงการกลับเข้าสู่ภาวะขยายตัว ทำให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับหุ้นในกลุ่มเศรษฐกิจจริงมากขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นเอเชีย แม้จะเผชิญแรงพักฐานจากหุ้นเทคโนโลยี แต่ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวได้ดีกว่าภูมิภาค เนื่องจากโครงสร้างตลาดไม่ได้พึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีในสัดส่วนสูง และเริ่มเห็นกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย

ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือความกังวลต่อสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ที่อาจเผชิญความเสี่ยงด้าน Free Float และน้ำหนักในดัชนี MSCI ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้นักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะ Active Fund ปรับลดน้ำหนักการลงทุน และโยกเงินเข้าสู่ตลาดที่มีสภาพคล่องรองรับได้ดีกว่าอย่างตลาดหุ้นไทย ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในสถานะ Underweight

อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น โดยมองแนวต้านที่ระดับ 1,360 จุด และแนวรับที่ระดับ 1,336 จุด คาดดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้างถึงปรับขึ้นได้ จากแรงหนุนของ Fund Flow ที่เริ่มสลับเข้าหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นเชิงมูลค่า

หุ้นเด่นแนะนำสำหรับการลงทุนในระยะสั้นถึงกลาง ได้แก่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เด่นในกลุ่มโรงกลั่น จากค่าการกลั่น (GRM) ที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2568 และช่วงครึ่งแรกปี 2569 แข็งแกร่ง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)หรือ AWC  และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เด่นในกลุ่มท่องเที่ยว รับอานิสงส์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

นายกรภัทรระบุว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ควรเน้นเกาะกระแสการสลับของ Fund Flow ไปยังหุ้น Value และหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดโลก

Back to top button