
“กรภัทร” มอง SET ผันผวนตามสงคราม แนะสะสม PTTGC-IVL รับน้ำมันพุ่ง
นายกรภัทร วรเชษฐ์ มองตลาดหุ้นไทยยังผันผวนตามสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันพุ่งขึ้น แนะทยอยสะสมหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แนะหุ้น PTTGC และ IVL ได้อานิสงส์เด่นในระยะสั้น
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่า ปัจจัยกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นไทยในระยะนี้มาจากทั้งสถานการณ์ภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะความกังวลต่อปัญหาการกระจายน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งแม้ภาครัฐจะยืนยันว่าปริมาณสำรองน้ำมันยังมีมากกว่า 100 วัน แต่ภาพที่เกิดขึ้นบริเวณสถานีบริการน้ำมันกลับสะท้อนภาวะตึงตัวในทางปฏิบัติ ซึ่งอาจเริ่มส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้
ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความกังวลต่อการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในช่วงก่อนหน้านี้ตลาดจะจับตาประเด็นการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลักก็ตาม อย่างไรก็ดี บล.กรุงศรีมองว่า แม้ความเสี่ยงจะยังอยู่ในระดับสูง แต่ราคาน้ำมันยังไม่ผ่านจุดสูงสุดเดิม จึงเป็นสัญญาณที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
นายกรภัทรระบุว่า สถานการณ์รอบนี้แตกต่างจากกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบพลังงานโลกมากกว่า โดยมีสัดส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันราว 20-25% ของโลก หรือประมาณ 1 ใน 4 ถึง 1 ใน 5 ของปริมาณรวม จึงส่งผลต่อหลายภูมิภาคพร้อมกัน และทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกตอบสนองรุนแรงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มประเมินร่วมกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรยืดเยื้อเป็นเวลานาน เพราะหากลากยาวจะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยของ บล.กรุงศรีประเมินว่า สถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวไม่น่าจะยืดเยื้อเกิน 2 เดือน โดยให้เหตุผลว่า ปี 2569 เป็นปีเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา และกระบวนการ Primary vote จะเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในเดือนเมษายน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเผชิญแรงกดดันจากคะแนนนิยมที่อยู่ในระดับต่ำ จึงมองว่า ผู้นำสหรัฐฯ มีแรงจูงใจที่จะเร่งหาทางยุติความขัดแย้งหรืออย่างน้อยต้องแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าบางประการภายในกรอบเวลาดังกล่าว หากสถานการณ์คลี่คลายเร็ว อาจเห็นจุดจบได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้
ในด้านนโยบายการเงิน สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ยังอยู่ในกรอบที่สมดุล โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด และยังรักษามุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตลาดแรงงานและเงินเฟ้อกำลังชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่เฟดยังให้น้ำหนักจำกัดต่อแรงกระแทกระยะสั้นจากราคาพลังงานที่ปรับขึ้น เพราะยังไม่เห็นผลชัดต่อเงินเฟ้อพื้นฐาน สะท้อนว่าตลาดมองสถานการณ์ราคาน้ำมันรอบนี้เป็นปัจจัยชั่วคราวมากกว่าจะเป็นโครงสร้างใหม่ถาวร
สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย บล.กรุงศรีมองว่า หากราคาน้ำมันยืนเหนือ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นเวลานานระดับปี เหมือนในปี 2565 จะเริ่มส่งผลลบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยในวงกว้าง เนื่องจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจะไม่สามารถชดเชยผลกระทบที่เกิดกับภาคเศรษฐกิจจริงและหุ้นในประเทศได้ทั้งหมด แต่หากเหตุการณ์ยุติได้ภายใน 2 เดือน จะเป็นภาพบวกต่อตลาดมากกว่า เพราะกลุ่มพลังงานจะสามารถประคองกำไรได้ ขณะที่ Fund Flow มีโอกาสกลับเข้ามาหลังนักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตเสร็จสิ้น
นายกรภัทรยังประเมินว่า ในเชิงเปรียบเทียบ ไทยแม้เป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิ แต่ผลกระทบเชิงระบบไม่ได้แตกต่างจากหลายประเทศในเอเชียมากนัก โดยไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานคิดเป็นประมาณ 6.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP อย่างไรก็ตาม หากหักสัดส่วนการผลิตในประเทศที่รองรับได้ราว 42% จะเหลือผลกระทบสุทธิประมาณ 2.9% ของ GDP ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม จึงมองว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นการปรับพอร์ตระดับภูมิภาคมากกว่าจะเป็นปัจจัยเฉพาะประเทศไทย
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรีให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมี โดยมองว่าเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันและค่าการกลั่น หรือ GRM ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของกลุ่มโรงกลั่นมีแนวโน้มแข็งแกร่งอยู่แล้ว แม้ยังไม่รวมผลบวกจากวิกฤตรอบนี้ โดยค่าการกลั่นพื้นฐานอยู่ในระดับ 5-7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้นสู่ระดับมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม จะส่งผลให้เกิดกำไรจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ บล.กรุงศรียังมองว่า แม้กำไรของกลุ่มโรงกลั่นอาจทำจุดสูงสุดในไตรมาส 1/2569 แต่ไตรมาส 2/2569 จะยังไม่อ่อนตัวลงแรง เนื่องจากค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงจากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ยังแข็งแกร่ง ประกอบกับกำลังการกลั่นโลกยังอยู่ในภาวะตึงตัว จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อัตรากำไรของผู้ประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ดี หากปัญหาด้านการขนส่งและการจัดหาน้ำมันดิบคลี่คลายได้ภายใน 2 เดือนตามที่ประเมิน
ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวเร็วขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวชัดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมองว่าสเปรดผลิตภัณฑ์เริ่มปรับดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2569 และต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/2569 ทำให้หุ้นในกลุ่มดังกล่าวเริ่มทยอยปรับขึ้นตามคาดการณ์ผลประกอบการที่ดีขึ้น ทั้งนี้ บล.กรุงศรียังให้น้ำหนักต่อหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เช่น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ซึ่งถูกมองว่าอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รอบใหม่ของอุตสาหกรรม
สำหรับหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงเป็นกลุ่มที่สามารถทยอยสะสมได้ แต่ต้องใช้วิธีการคัดเลือกหุ้นรายตัวมากขึ้น เนื่องจากยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น อย่างไรก็ดี หากสงครามยุติลง กลุ่มดังกล่าวจะมีโอกาสฟื้นตัวแรง ขณะที่กลุ่มการเงินและค้าปลีกอาจต้องใช้เวลานานกว่า เนื่องจากกำลังซื้อภายในประเทศยังเปราะบาง และความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินโลกอาจเลื่อนไปในช่วงครึ่งปีหลัง
ในประเด็นการเมืองภายในประเทศ นายกรภัทรมองว่า หากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามที่ตลาดคาด จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย เพราะนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมืองเป็นอันดับแรก และมองว่าการมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพจะช่วยให้ประเทศเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ประเด็นทางกฎหมายหรือการพิจารณาคำร้องต่าง ๆ ในภายหลังอาจยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดแกว่งตัวรอความชัดเจนในระยะถัดไป
โดยสรุป บล.กรุงศรีประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และความเสี่ยงในประเทศในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์ความขัดแย้งไม่ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน ตลาดยังมีโอกาสเดินหน้าต่อได้ โดยแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะอ่อนตัวทยอยสะสมหุ้นที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพลังงานเป็นหลัก ขณะที่กลุ่ม Domestic Play สามารถทยอยสะสมได้เช่นกันเมื่อความเสี่ยงด้านสงครามเริ่มคลี่คลาย

