“กรภัทร” ลุ้น SET ทดสอบ 1,550 จุด ชูพลังงาน-ปิโตร-นิคม นำทัพฟื้นตัว

"กรภัทร วรเชษฐ์" มั่นใจดัชนีมีลุ้นทดสอบแนวต้าน 1,550-1,600 จุด รับอานิสงส์ความตึงเครียดตะวันออกกลางผ่อนคลาย พร้อมกางโพยหุ้นเด่นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ-นิคมฯ นำทัพรีบาวด์ มองข้ามช็อต DELTA ติดกรง Cash Balance เชื่อพื้นฐานแกร่งประคองตลาดได้


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 16 เม.ย.69 ว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยและสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยมีประเด็นสำคัญคือการส่งสัญญาณเชิงบวกจากการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (De-escalation) ซึ่งส่งผลให้ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลดลง

ในส่วนของตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายสำคัญที่ระดับ 1,550 ถึง 1,600 จุด แม้จะมีความผันผวนระยะสั้นจากการติดเกณฑ์ Cash Balance ของหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA  แต่ปัจจัยพื้นฐานในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และนิคมอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการปรับประมาณการราคาพื้นฐานของ SCC ขึ้นสู่ระดับ 245 บาท และความเชื่อมั่นในกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ต้องจับตา กรณีหุ้น DELTA มีการติด Cash Balance ส่งผลต่อสภาพคล่องและอาจทำให้ตลาดผันผวนในช่วงต้น อย่างไรก็ตาม หุ้นเทคโนโลยีในต่างประเทศ (เช่น ไต้หวัน) ยังมีทิศทางเป็นบวกมาก ซึ่งจะช่วยประคองราคาได้

นอกจากนี้ เกณฑ์ SET50 หากในเดือนพฤษภาคม DELTA ไม่ติด Cash Balance จะยังคงมีคุณสมบัติอยู่ใน SET50 ต่อไป (ผ่านเกณฑ์สภาพคล่อง 9 ใน 12 เดือน)

ส่วนนโยบายภาครัฐ การมีรัฐบาลที่ชัดเจนและการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่ม Domestic ให้เข้ามาประคองดัชนี

สำหรับภาวะอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมีเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในปีนี้ที่คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 75-95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยระดับ 75-85 ดอลลาร์ ถือเป็นช่วงที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ได้รับการปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานจาก 202 บาท เป็น 245 บาท จากปัจจัยสนับสนุนด้านความสามารถในการจัดหา Feedstock ที่มีเพียงพอถึงช่วงกลางปี รวมถึงสัญญาณเชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ Low Carbon Cement และแนวโน้มราคาปูนซีเมนต์ที่ปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อวัฏจักรธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่รอบขาขึ้นในช่วงปี 2569-2571 จากภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีรายอื่น เช่น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไรเช่นกัน จากแนวโน้มอุปสงค์ที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะจากประเทศจีน

ด้านกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูง จากกระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI โดย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ถูกมองว่ามีความน่าสนใจในเชิงมูลค่า เนื่องจากราคาหุ้นยังปรับตัวตามหลังเมื่อเทียบกับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะอยู่ในระดับแข็งแกร่งใกล้เคียงกัน

สำหรับหุ้นเด่นระยะสั้น นักวิเคราะห์แนะนำ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งได้อานิสงส์จากการผ่อนคลายของสถานการณ์พลังงาน ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและแนวโน้มกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง และ SCC ที่โดดเด่นจากการฟื้นตัวของวัฏจักรปิโตรเคมีและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ภาพรวมการลงทุนในช่วงถัดไปยังคงต้องติดตามปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาพลังงานและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดโลกต่อไป

Back to top button