
JSP จับมือ “รังนกเบลล์” เปิดตัวเครื่องดื่มสุขภาพ เจาะ Gen Y–Z ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10%
JSP จับมือ “รังนกเบลล์” เปิดตัวรังนกผสมหล่อฮังก๊วย เจาะ Gen Y–Z ดันรายได้ปี 69 โต 10% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Wellness และมุ่ง M&A ปีนี้ พร้อมสปินออฟบริษัทลูก GWM เข้าตลาด mai ปี 72
นายพิษณุ แดงประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหารสายงานขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับแบรนด์ “รังนกเบลล์” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “รังนกเบลล์ผสมหล่อฮังก๊วย สูตรเฉพาะจากสุภาพโอสถ” เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ที่มองหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในกลุ่ม Functional Drink โดยใช้ความหวานจากธรรมชาติของหล่อฮังก๊วย แทนน้ำตาลสังเคราะห์ ผสานคุณประโยชน์ของรังนกที่ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ เสริมภูมิคุ้มกัน และมีคุณสมบัติของสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย
ในด้านการสื่อสารการตลาด บริษัทได้เลือก “หนุ่ม กรรชัย” เป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้บริโภควัยทำงานที่ใส่ใจสุขภาพ และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเพศทุกวัย
นายพิษณุ กล่าวว่า การร่วมมือกับแบรนด์ “สุภาพโอสถ” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มคุณค่าให้สินค้าไทย และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์รังนกให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% โดยวางกลยุทธ์การเติบโตไว้ 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การเติบโตจากภายในองค์กร (Organic Growth) ผ่านการพัฒนาและสร้างแบรนด์สินค้า และการเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth) ผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท
ทั้งนี้ JSP มุ่งขยายธุรกิจสู่กลุ่ม Wellness Business ครอบคลุมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยเน้น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ คน สัตว์ และพืช ผ่านผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง สมุนไพร และเครื่องมือแพทย์ พร้อมคาดว่าจะมีการดำเนินการ M&A ราว 2 รายการภายในปี 2569
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างทดสอบและเตรียมขยายธุรกิจตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ (Vending Machine) ซึ่งปัจจุบันติดตั้งแล้วเกือบ 200 ตู้ เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและพัฒนาเทคโนโลยีรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
ด้านฐานะการเงิน JSP มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.7 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินและศักยภาพในการระดมทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนนำบริษัทย่อย บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (มหาชน) หรือ GWM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยคาดว่าจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลในปี 2571 และเข้าซื้อขายในปีถัดไป

