DOD วางเป้ารายได้ปี 69 โต 10% รุกตลาด “กัมมี่-ลิควิด” รับดีมานด์ทะลัก ดันมาร์จิ้นฟื้น

DOD มั่นใจธุรกิจอาหารเสริมโตแกร่ง รับเทรนด์ออนไลน์-TikTok บูม ดันลูกค้ารายใหญ่-ทุนใหม่แห่จ้างผลิตแน่น ส่งซิกงบปี 68 พลิกกำไร ลุ้นกลับมาจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 2-3 ปี ขณะที่ปีนี้เดินหน้ารุกตลาด “กัมมี่-ลิควิด” รับความต้องการเพิ่มขึ้น


นายต่อลาภ ไชยเชาวน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารเสริมว่า ตลาดยังคงมีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ TikTok, Shopee และ Lazada ซึ่งสินค้ากลุ่มอาหารเสริมและสกินแคร์ยังคงเป็นสินค้าขายดีอันดับต้น ๆ แม้ว่าในปีที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจอาจมีการชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคบ้าง แต่ไม่ได้ถึงขั้นหยุดการจับจ่ายใช้สอย เพียงแต่มีการระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์จากการที่มีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาว่าจ้างผลิต (OEM) เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในปีที่ผ่านมาสามารถพลิกกลับมามีกำไร และคาดว่าจะสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งแรกในรอบ 2-3 ปี โดยจะมีกำหนดการประกาศงบการเงินในช่วงวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงมีลูกค้าเข้ามาติดต่อว่าจ้างผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 1 มีลูกค้ารายใหญ่และกลุ่มทุนใหม่ ๆ เข้ามา ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัทที่มีกระแสเงินสดเหลือและสนใจเข้ามาลงทุนสร้างแบรนด์อาหารเสริม โดยมีการวางแผนผลิตสินค้ากว่า 40 SKU และพร้อมทุ่มงบการตลาดอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เครื่องจักรเพื่อลดขั้นตอนการทำงานและควบคุมต้นทุนการผลิต เพื่อให้ลูกค้าสามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดได้ท่ามกลางค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่สูงขึ้น และเครื่องจักรสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ เช่น กัมมี่ (Gummy) และรูปแบบของเหลวเข้มข้น (Liquid/Concentrate) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตลาดและมีอัตรากำไร (Margin) ที่ดีกว่ารูปแบบเดิม โดยสินค้ากลุ่มกัมมี่และลิควิดจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ไตรมาส 1 และ 2 เป็นต้นไป

นายต่อลาภ กล่าวเพิ่มเติมถึงจุดแข็งของบริษัทฯ ว่า นอกเหนือจากความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ครบวงจรแล้ว บริษัทฯ ยังมีความสามารถในการบริหารจัดการกำลังการผลิต (Capacity) เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจำนวนมากในช่วงเทศกาลหรือแคมเปญการขายใหญ่ ๆ ของแพลตฟอร์มออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้ารายใหญ่ให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันตามกำหนดแม้จะมียอดขายพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงเวลาสั้น ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้คำปรึกษาด้านการตลาดแก่ลูกค้า โดยแนะนำการใช้กลยุทธ์ Affiliate และ KOL เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย

ในส่วนของบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจแบรนด์ Auswelllife (AWL) นั้น ยอดขายเริ่มกลับมาทรงตัวและฟื้นตัวดีขึ้น ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์ใหม่เป็น “น้องโมเน่” และมีการปรับกลยุทธ์การขายผ่านช่องทาง Live Streaming และ Affiliate มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างการเติบโตได้

อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบตลาดอาหารเสริมกับตลาดสกินแคร์ มองว่าตลาดอาหารเสริมยังมีโอกาสเติบโตได้สูงกว่า เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อซ้ำ (Repeat Order) ของผู้บริโภคมีความถี่มากกว่าและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า โดยบริษัทฯ ไม่มีแผนที่จะลงไปแข่งขันสงครามราคากับโรงงานขนาดเล็ก แต่จะเน้นคุณภาพมาตรฐานและการให้บริการแบบครบวงจร เพื่อรักษาฐานลูกค้าและอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ปราศจากหนี้สินกับสถาบันการเงิน และมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต

Back to top button