
GUNKUL ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะหมื่นล้าน ลุยพลังงานสีเขียว–AI ดันกำลังผลิตแตะ 2,000 MW
GUNKUL กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท โต 10-15% ตุนแบ็กล็อกกว่า 8 พันล้านทยอยรับรู้ปี 69-70 พร้อมอัดงบ 1.3 หมื่นล้าน ขยายพอร์ตพลังงานสีเขียวแตะ 2,000 MW ปี 70 รุกธุรกิจ Energy และ AI Infrastructure เดินหน้า Data Center เจรจาพันธมิตรฟิลิปปินส์ คาดชัดครึ่งปีแรก ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลภูมิภาค
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดกลยุทธ์ใหญ่ประจำปี 2569 ต่อยอดวิสัยทัศน์ประกาศกลยุทธ์ขยายอีโคซิสเต็มสู่การเป็น ‘พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวและ AI’ เน้นสร้างขีดความสามารถในกลุ่ม 3 ธุรกิจหลักให้แข็งแกร่ง และปรับโครงสร้างการทำงานขององค์กรเตรียมความพร้อมในทุกมิติจากภายในสู่ภายนอก เดินหน้าสร้าง S-Curve ขยายฐานสู่อุตสาหกรรมใหม่ โครงสร้างพื้นฐานเอไอและ Data Center สอดรับเทรนด์โลกแห่งศตวรรษที่ 21 ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 กว่า 10,000 ล้าน มั่นใจเติบโตตามเป้า 10-15% ที่ได้วางไว้
โดยปี 2569 GUNKUL กำหนดเส้นทางการเติบโตองค์กรสอดรับเทรนด์เศรษฐกิจและทิศทางพลังงานของโลก เน้นสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจเดิม ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงาน สีเขียว (Green Power) ที่เป็นหนึ่งในผู้นำที่มีพอร์ตกำลังการผลิตลำดับต้นของประเทศ 2. ธุรกิจรับเหมา ไฟฟ้า (EPC) 3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing)
ทั้งนี้ภาพรวมคาดว่าอัตราส่วนพลังงานหมุนเวียนในประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมากจากที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาพลังงาน PDP 2024 โดย Bloomberg มีการคาดการณ์การเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดจาก 22% เป็น 77% ภายในปี 2570 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าตลาดสูงถึง 8 ล้านล้านบาท หากผนวกกับมูลค่าการลงทุนที่ถูกอนุมัติโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในโครงการ Data Center กว่า 800,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯมองว่ามีศักยภาพที่จะเข้าร่วมได้อย่างน้อยราวๆ 10-15% ของมูลค่าดังกล่าว
ดังนั้รจึงได้มีการวางกลยุทธ์ในปี 2569 ประกาศภารกิจการเป็น พาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ AI รองรับกระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ที่ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของไทย แต่เป็นการตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของพลังงานสะอาดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคอนาคต ซึ่ง GUNKUL พร้อมที่จะขยาย Ecosystem โดยนำความเชี่ยวชาญแบบครบวงจรด้านพลังงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเข้าไปสร้างมูลค่าการเติบโตที่ยั่งยืนและยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สำหรับเป้าหมายในส่วนของ 3 กลุ่มธุรกิจหลักมีแผนการดำเนินการดังนี้
1.ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power) เดินหน้าประมูลโครงการพลังงานสะอาดตามเป้าพอร์ตโฟลิโอพลังงานไฟฟ้าสีเขียวแตะ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนโรงไฟฟ้าสีเขียว ไปต่างประเทศ 150 เมกะวัตต์ เน้นประเทศฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอื่นๆ ขยายอีโคซิสเต็มบริการด้านพลังงานสะอาดเข้าไปในอุตสาหกรรมใหม่เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เชิงรายได้ภายในปี 2570
ส่วนในประเทศบริษัทมีกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวม 1,600 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วจำนวน 600 เมกะวัตต์ และยังมี pipeline ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ ที่จะทยอย COD ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยในไตรมาส 4/69 จะ COD อีก 3 โครงการ ราว 176 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมทุนกับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ขณะที่บริษัทมีความพร้อมที่จะตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐในโครงการโซลาร์ชุมชนทันทีที่มีความชัดเจนในด้านกติกาและเงื่อนไขออกมา
2.ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) ตั้งเป้าบันทึกรายได้ 5,500 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยจะเตรียม ประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (EPC) ทั้งจากภาค เอกชนและหน่วยงานรัฐ ที่จะช่วยเพิ่ม การเติบโตด้านรายได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีการลงทุน จากภาครัฐเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังคง เดินหน้าขยายบริการรับเหมาวิศวกรรมไฟฟ้าและ อินฟราสตรัคเจอร์ สู่ตลาดแรงดันสูง 115 kV – 500 kV ซึ่งมีความเฉพาะทาง ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดในระดับผู้บริโภคโดยทั่วไป (B2C) ได้อีกมาก
3.ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) ขยายตลาดสำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเตรียมความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์แรงดันต่ำสำหรับ Data Center ที่จะเข้ามา รวมถึงการช่วยรุกตลาดอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทั่วประเทศร่วมกับ SUNGROW ผู้นำด้านอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่โซลูชั่นอันดับ 1 ของโลก โดยจะมุ่งเน้นการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกขนาดกำลังการติดตั้ง
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯประสบความสำเร็จ ชนะงานก่อสร้างระบบไฟฟ้าหลายโครงการทำให้มีแบ็คล็อกสะสมสูงถึง 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 65-70% และที่เหลืออีกราว 30-35% ในปีหน้า
ทั้งนี้บริษัทฯจะต้องเร่งสร้างศักยภาพทางการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นในตลาดเดิมหรือตลาดใหม่ในทุกมิติ โดยใช้จุดแข็งที่มีอยู่ของ GUNKUL ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญแบบครบวงจรเชิงลึก ผนวกกับความได้เปรียบด้านต้นทุนเชิงโครงสร้าง (Economies of scale) การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภายในองค์กรที่ทุกฝ่ายงานเป็นพาร์ตเนอร์ด้านกลยุทธ์เชิงรุกอย่างแท้จริง ทั้งนี้การขยาย Ecosystem เข้าไปในธุรกิจ Data Center จะเป็นการขยายศักยภาพของความเป็นผู้ผลิตพลังงานสีเขียวที่ครอบคลุมทั้งระบบผลิตพลังงาน ระบบสถานีไฟฟ้าและสายส่ง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงต่ำ-สูงที่ GUNKUL สามารถดูแลทั้งภายนอกและภายในพื้นที่ ซึ่งเรียกได้ว่าเราบริหารจัดการตั้งแต่ในระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่ระบบการใช้พลังงานภายในโครงการ รวมไปถึงการเชื่อมต่อระบบ Direct PPA ซึ่งเป็นอีกกุญแจสำคัญของการใช้พลังงานสีเขียวในพื้นที่ของ Data Center ทั้งนี้บริษัทฯ มีการเตรียมความพร้อมทางด้านโครงสร้างทางการเงินและความคล่องตัว ผ่านการเติบโตแบบ Joint Venture เพื่อรองรับโอกาสที่เข้ามาได้อีกมาก
สำหรับสัดส่วนรายได้ปีนี้จะมาจากงานธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) ประมาณ 50%, ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวราว 30% และธุรกิจเทรดดิ้ง 20% ขณะที่สัดส่วนกำไรจะมาจากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวราว 65-70%, ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้าราว 20-25% และที่เหลือเป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า(เทรดดิ้ง)
ด้านงบลงทุนภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 69-71) วางไว้ที่ระดับ 39,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียว ทั้งการเข้าประมูลงานโครงการใหม่ การเซ็นสัญญา PPA และการขยายไปต่างประเทศ รวมถึงการเข้าสู่ธุรกิจ Data Center โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนสำหรับปี 69 ประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 35% ของงบลงทุนรวมทั้งหมด ส่วนในที่เหลือปี 2570 จะใช้เงินลงทุนราว 40% และปี 71 ที่เหลืออีกราว 25%
ส่วนแผนขยายธุรกิจลงทุนต่างประเทศขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรในฟิลิปปินส์ เป็นตลาดที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ จากปัจจัยเศรษฐกิจและดีมานด์การใช้ไฟฟ้าที่เติบโต รวมถึงระดับค่าไฟที่สูงกว่าไทย บริษัทคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของดีลโซลาร์ในฟิลิปปินส์ภายในครึ่งปีแรกของปีนี้ ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก และอาจส่งผลให้กำลังการผลิตรวมตามสัญญา (PPA) ของบริษัทขยับขึ้นไปแตะระดับ 2,000 เมกะวัตต์ ได้ภายในปีนี้
ทั้งนี้บริษัท GUNKUL ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 กว่า 10,000 ล้านบาทและกำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโตแข็งแกร่งในระดับสองหลักอยู่ที่ 10-15% ซึ่งหากดูจากผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2568 นับว่าประสบความสำเร็จตามกรอบที่วางไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการดำเนินธุรกิจพลังงาน ทั้งโครงการพลังงานลมและโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
โดยกำไรสุทธิรวม 9 เดือนเป็นไปตามเป้าหมายแตะ 1,309 ล้าน กำไรขั้นต้นร้อยละ 36.48 มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูงร้อยละ 13.21 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ (Net IBD/E) ต่ำเพียง 0.92 เท่า แสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการรองรับโอกาสทำธุรกิจและการลงทุนขนาดใหญ่ได้ในทุกมิติ รวมถึงมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) รวมโดยประมาณร้อยละ 6.56 บริษัทฯ มั่นใจมีศักยภาพในการลงทุนโครงการใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อยกระดับขนาดธุรกิจได้อีกมาก
สำหรับเป้าหมายด้านความยั่งยืนซึ่งในปี 2568 ทางบริษัทฯ ได้รับผลประเมิน SET ESG Ratings AAA ที่เป็นระดับสูงสุด บริษัทฯตั้งใจที่จะดำเนินกิจการโดยรักษามาตรฐานในการขับเคลื่อนธุรกิจและดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าในระดับเดียวกัน คาดการณ์ผลประเมิน FTSE Russel ไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นไทล์ในการประเมินช่วงปลายปี 2569

