
BTS โชว์อีบิทด้า 9 เดือนโต 26% แตะ 8.4 พันล้าน รับรู้รายได้ RABBIT-ROCTEC หนุน
BTS เปิดผลงาน 9 เดือนกวาดรายได้รวม 2.18 หมื่นล้านบาท EBITDA พุ่ง 26.6% แตะ 8,407 ล้านบาท รับอานิสงส์รายได้ RABBIT-ROCTEC หนุน พร้อมธุรกิจ MATCH ฟื้นตัวเด่น ตุนกระแสเงินสดในมือแน่น 3.7 หมื่นล้าน
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนของปี 2568/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569) ดังนี้
โดยในไตรมาส 3 ปี 2568/69 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 7,614 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.7 หรือคิดเป็นมูลค่า 2,911 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 3,368 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของบีทีเอส กรุ๊ป ที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2567/68
ประกอบกับการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 638 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ภายหลังจากที่ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้วในวันที่ 30 ตุลาคม 2568
อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้รวมในไตรมาสนี้ ถูกชดเชยบางส่วนด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้จาก RABBIT และ ROCTEC จำนวนรวม 916 ล้านบาท ภายหลังการเปลี่ยนสถานะมาเป็นบริษัทย่อย ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 6,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 หรือ 794 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัทดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) มีจำนวน 1,979 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.8 หรือ 761 ล้านบาท
ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของ EBITDA ในธุรกิจ MOVE และ MIX โดยในส่วนของธุรกิจ MOVE ที่ลดลงเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าลดลง และผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่ยังคงอ่อนตัว ส่วน EBITDA ของธุรกิจ MIX ปรับตัวลดลงจากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI แต่ภาพรวมการลดลงของ Recurring EBITDA ถูกชดเชยบางส่วนด้วยการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจำนวน 207 ล้านบาท ซึ่งลดลงร้อยละ 183.1 หรือ 456 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ และบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิสำหรับงวดจำนวน 1,270 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 958 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจาก (i) การลดลงของ EBITDA และ (ii) ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2568/69 บริษัทฯ บันทึกรายได้รวมจำนวน 21,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 หรือ 620 ล้านบาท จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของ RABBIT และ ROCTEC จำนวนรวม 5,013 ล้านบาท แม้ว่าจะไม่มีการบันทึกกำไรพิเศษจำนวน 3,368 ล้านบาท เหมือนปีก่อนหน้า ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 16,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.6 หรือ 2,774 ล้านบาท
ทั้งนี้ Recurring EBITDA สำหรับรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 8,407 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.6 หรือ 1,764 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการกลับมาเป็นบวกของ EBITDA ของธุรกิจ MATCH แต่ถึงแม้ EBITDA จะปรับตัวดีขึ้น บีทีเอส กรุ๊ป ยังคงบันทึกขาดทุนสำหรับงวดจำนวน 1,735 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 1,085 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 37,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.9 หรือ 5,928 ล้านบาท จาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568


