EGCO โบรกชี้กำไรปี 69 ฟื้นตัว รับโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ-ไต้หวันหนุน

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มอง EGCO แนวโน้มฟื้นปีหน้า หลังโรงไฟฟ้าเดินเครื่องเต็ม–ซ่อมน้อยลง กระแสเงินสดยังแกร่ง หนุนปันผลต่อ แม้อัพไซด์ระยะสั้นจำกัด


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ว่า กำไรปกติจะฟื้นตัวจากการที่โครงการโรงไฟฟ้าเกือบทั้งหมดกลับมาเดินเครื่องตามปกติ อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังขาดทุนสุทธิราว 975 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 656 ล้านบาทในไตรมาส 3/2568 และ 106 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567

แม้โรงไฟฟ้าถ่านหิน QPL จะกลับมาเดินเครื่องหลังปิดซ่อมบำรุง แต่กำลังผลิตและค่าไฟยังต่ำกว่าสัญญา PPA เดิม ขณะเดียวกันส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง จากการหยุดซ่อมของหลายโรงไฟฟ้า รวมถึงอัตราค่าไฟในฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้ปรับลดลงตามการแข่งขันและการใช้สัญญา PSA ใหม่ในราคาที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ยังมีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนบางโครงการ หากไม่รวมรายการพิเศษคาดกำไรปกติอยู่ที่ 114 ล้านบาท ลดลงทั้งเทียบไตรมาสก่อนและปีก่อน ส่งผลให้ประมาณการกำไรปกติปี 2568 มีแนวโน้มหดตัว 60%

ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568–2570 ลง 50–58% เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ต่ำกว่าคาด และผลกระทบจากการปรับใช้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ของ QPL ซึ่งทำให้กำไรลดลงจากปีละราว 2,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 1,000 ล้านบาท อีกทั้งยังปรับลดประมาณการโรงไฟฟ้า Paju จากค่าไฟที่ลดลงต่อเนื่อง รวมถึงโครงการพลังงานลม Yulin ที่มีมาร์จิ้นแคบลง

ทั้งนี้ คาดกำไรปกติปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 3,900 ล้านบาท ถัดมาปี 2569 อยู่ที่ราว 4,250 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ราว 4,300 ล้านบาท เติบโตในอัตราต่ำ โดยยังไม่รวมแผนควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ที่บริษัทตั้งงบลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2569

สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดกำไรดีขึ้นเล็กน้อย จากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ปิดซ่อมน้อยลง โรงไฟฟ้าไต้หวันรับรู้รายได้เต็มปี ส่วนโครงการในเกาหลีใต้ รวมถึง QPL และ SBPL มีแนวโน้มทรงตัว

อย่างไรก็ตาม แม้ปรับลดประมาณการกำไร แต่ยังมองว่าบริษัทมีปัจจัยบวกจากเงินลงทุนใน CDI ซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 2.78 แสนล้านบาท และสามารถขายหุ้นได้หลังพ้นช่วงห้ามขายในเดือนมีนาคม 2569 รวมถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความสามารถจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ

ฝ่ายวิจัยจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” พร้อมให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 135 บาท มองอัพไซด์จำกัดในระยะสั้น

Back to top button