D โชว์กำไรปี 68 พุ่ง 70% แตะ 85 ล้านบาท รับรายได้โตเด่น เคาะปันผล 0.105 บ.

D โชว์กำไรสุทธิปี 68 แตะ 85.8 ล้านบาท พุ่งกระฉูด 70% รับอานิสงส์ Dental Tourism ต่างชาติแห่ใช้บริการ รวมถึงยอดขายอุปกรณ์ทันตกรรมมาร์จิ้นสูงหนุน บอร์ดใจดีเคาะจ่ายปันผล 0.105 บ./หุ้น ขึ้น XD 30 เม.ย. นี้


บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และงวดประจำปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยกลุ่มบริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 85.8 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 35.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการที่กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มสูงขึ้น 92.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 10 ซึ่งเป็นการเติบโตควบคู่กันทั้งจากธุรกิจให้บริการทันตกรรมและธุรกิจซื้อมาขายไป (เทรดดิ้ง)

สำหรับธุรกิจให้บริการทันตกรรมในปี 2568 มีรายได้เพิ่มขึ้น 25.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกลุ่มคนไข้ต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Dental/Wellness Tourism) ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจากทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ภายใต้มาตรฐานความสะอาดปลอดภัยระดับสากล ส่งผลให้รายได้จากลูกค้าต่างชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 มาอยู่ที่ 453.4 ล้านบาท ชดเชยรายได้จากลูกค้าคนไทยที่ลดลงร้อยละ 10 มาอยู่ที่ 225.8 ล้านบาท ตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ ภาพรวมจำนวนลูกค้าที่เข้ารับบริการ (Visit volume) ในปี 2568 อยู่ที่ 85,834 ครั้ง ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า (85,148 ครั้ง) นอกจากนี้ โรงพยาบาลทันตกรรม กรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล (BIDH) ที่เน้นกลุ่มลูกค้าคนไทยผู้มีกำลังซื้อสูง ผู้บริหารชาวต่างชาติ (Expat) และนักท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ถึง 167.4 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 9 โดยมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติสูงถึงร้อยละ 75

ด้านธุรกิจซื้อมาขายไป (เทรดดิ้ง) วัสดุและอุปกรณ์ทางทันตกรรม ซึ่งดำเนินการผ่านบริษัท เดนทัล วิชั่น จำกัด (บริษัทย่อย) มีรายได้จำนวน 367.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 23 ปัจจัยหลักมาจากการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์จากประเทศจีนที่มีความคุ้มค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มนี้ปรับตัวดีขึ้นเป็นร้อยละ 31 (จากร้อยละ 23 ในปีก่อน) ประกอบกับการรับรู้รายได้จากงานโปรเจกต์ของโรงพยาบาลรัฐมูลค่าประมาณ 51 ล้านบาท เช่น การจำหน่ายโต๊ะปฏิบัติการทันตกรรมให้แก่คณะทันตแพทยศาสตร์ต่างๆ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แม้อัตรากำไรขั้นต้นของส่วนงานบริการจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นสาระสำคัญก็ตาม

ในส่วนของค่าใช้จ่าย บริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 10.3 ล้านบาท จากการจ่ายค่าคอมมิชชันตามยอดขายที่เติบโต รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการทำการตลาดสำหรับสินค้าใหม่จากจีน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.9 ล้านบาท จากการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีประมาณร้อยละ 4 และต้นทุนการดำเนินงานอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3-5 ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินและรายได้อื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับกำไรทางภาษีที่ปรับตัวสูงขึ้น

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตรา 0.105 บาทต่อหุ้น (จากมูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท) โดยเป็นการจ่ายจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และกำไรสะสม ทั้งนี้ ได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 30 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และบริษัทมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

Back to top button