หุ้นเบอร์รองรีเทิร์น?

วันนี้นักลงทุนทุกคนเชื่อว่า ในไม่ช้าตลาดหุ้นไทยจะวิ่งทะลุ 1,600 จุดอย่างแน่นอน เพราะมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นใหญ่แบบถล่มทลาย


วันนี้นักลงทุนทุกคนเชื่อว่า ในไม่ช้าตลาดหุ้นไทยจะวิ่งทะลุ 1,600 จุดอย่างแน่นอน เพราะมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นใหญ่แบบถล่มทลาย จนดัชนีขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,588.06 จุด บวกไป 19.69 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.30 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยกลายเป็นแกนหลักที่ช่วยพยุงดัชนีในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ส่วนนักลงทุนสถาบันก็เข้ามารับไม้ต่อเพื่อดันดัชนีให้ขึ้นไปสร้างฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิมแบบนี้.. ขึ้นยาวชัวร์ ๆ จ้า

ที่สำคัญคือ วันนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องสงครามตะวันออกกลางจะ “จบ” หรือ “ไม่จบ” เพราะเรื่องที่นักลงทุนสนใจสุด ๆ ก็คือเรื่อง AI ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกอย่างมีนัยสำคัญ ผนวกกับตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นช้ากว่าประเทศอื่น ๆ จึงทำให้ทุกคนเชื่อว่า หุ้นเบอร์ต้น ๆ จะวิ่งอีกนาน และหุ้นเบอร์รองจะกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง “โมนิก้า” เลยมองว่า นี่เป็นจังหวะดีที่จะพูดถึงหุ้นเบอร์รองแบบจุใจเจ้าค่ะ

โดยหุ้นที่ “โมนิก้า” ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ EA เพราะอยู่ในช่วงของการย่ำฐานเพื่อไต่ระดับขึ้นไปสร้างฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิม รวมทั้งตอนนี้มีนักวิเคราะห์ขอคิวสัมภาษณ์มือการเงินอย่าง “ฟลุ๊ค” หลายเจ้า หลังได้ยินว่า ปีนี้จะเทิร์นอะราวด์เต็มตัว อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 3.52 บาท บวกไป 0.12 บาท หรือขึ้นไป 3.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.38 พันล้านบาท เหมาะสำหรับคนที่เชื่อว่า หุ้นตัวนี้จะไปต่อนะจ๊ะ

ส่วนรายที่เปิดกระโดดอย่างร้อนแรง คงต้องมองไปที่หุ้น OKJ เพื่อชี้ให้เห็นการแตกไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์เพื่อแก้ปัญหาขาดทุนนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องดีสำหรับธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพที่เดินมาถึงทางตัน จึงต้องนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคในยุดที่ข้าวของแพง ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ที่แน่ นักเล่นชอบการเดินหมากธุรกิจแบบนี้ หุ้นถึงขึ้นมาปิดที่ 3.86 บาท บวกไป 0.84 บาท หรือขึ้นไป 27.80% ด้วยมูลค่า 124 ล้านบาทไงล่ะคะ

เหมือนกับการไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ ของหุ้น TAE ก็มาจากตัวเลขกำไรไตรมาส 1 ทะลุร้อยล้าน ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมาขาดทุนเรื้อรังแบบนี้ “โมนิก้า” เลยเข้าใจเหตุผลที่ราคาหุ้นในช่วง 1 เดือนขึ้นจากระดับ 1 บาทมาเรื่อย ๆ จนล่าสุดมายืนปิดที่ระดับ 1.80 บาท บวกไป 0.24 บาท หรือขึ้นไป 15.38% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 86 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากเรื่อง “เอทานอล” กับ “ไฟฟ้า” กำลังทำเงินให้บริษัทเป็นกอบเป็นกำนะซี

ส่วนรายที่เกาะกระแสโลกยุคเอไอกับเขาด้วย “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น ADVICE ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายปลีก-ส่งสินค้าไอทีเบอร์ต้น ๆ ของประเทศไทย และเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านระบบคอมพิวเตอร์จากซีพียูกลายมาเป็นชิปอัจฉริยะ ย่อมได้รับอานิสงส์จากเรื่องดังกล่าวเต็ม ๆ วันนี้จึงเห็นหุ้นขึ้นมายืนที่ระดับ 6.70 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 5.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64 ล้านบาท พร้อมกับทำราคาสูงสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือนนะนายจ๋า

ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทสอย่าง TRT ด้วยเช่นกัน เพราะการเกิดขึ้นของดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี มีความสัมพันธ์โดยตรงกับคำสั่งซื้อที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนลองประเมินการยืนปิดที่ระดับ 9.25 บาท บวกไป 1.30 บาท หรือขึ้นไป 16.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 114 ล้านบาท โดยไตรมาส 1 ปี 69 ทำกำไรได้มากกว่าทั้งปี 68 แบบนี้..ไปยาวไหมล่ะคะ

คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น SRICHA ที่ทำผลงานในไตรมาส 1 โตระเบิด แต่ทันทีที่ประกาศงบ ราคาหุ้นก็เริ่มอืด ๆ ก่อนจะถูกเทขายแบบรัว ๆ ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงจากบริเวณ 23 บาทในทันที แถมเจอขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อวันที่ 27 พ.ค. หุ้นละ 1 บาทเข้าอีกดอก หุ้นเลยเป๋ไม่เป็นขบวนไปพักใหญ่ ๆ จนล่าสุดหุ้นเริ่มตั้งลำได้อีกครั้ง และยืนปิดไปที่ระดับ 17.10 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 0.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32 ล้านบาทแบบนี้..มีลุ้นเด้งแรง แต่กำไรไตรมาส 2 ต้องมาตามนัดนะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button