
CGSI เคาะเป้า PTT ใหม่ 41 บาท ชี้ไตรมาส 1 ฟื้นแกร่งรับราคาน้ำมันเพิ่ม
CGSI แนะนำซื้อ PTT ราคาเป้าหมายใหม่ 41 บาท หลังมองผลงานไตรมาส 1/69 ฟื้นตัวแกร่งรับราคาน้ำมันและโมเดลก๊าซใหม่
ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานกำไรสุทธิเติบโต 29.1% จากไตรมาสก่อน เป็น 25,534 ล้านบาท ในไตรมาส 4/68 จากการบันทึกกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะเงินลงทุนใน Lotus Pharmaceutical ที่รับรู้ครั้งเดียวจำนวน 7.5 พันล้านบาท โดยผลประกอบการสูงกว่าที่คาดการณ์ 9% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาษีจ่ายและดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำกว่าคาด (สอดคล้องกับประมาณการของ Bloomberg consensus)
อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมขาดทุนสต็อกน้ำมันของบริษัทย่อยในธุรกิจโรงกลั่นและผลกระทบจากจากการป้องกันความเสี่ยง/อัตราแลกเปลี่ยน PTT จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติลดลง 8.2% จากไตรมาสก่อนเป็น 15,182 ล้านบาทเพราะแรงกดดันจากกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติและกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่กำไรปกติในปี 68 สูงกว่าคาดเนื่องจากคิดเป็น 104% ของประมาณการทั้งปี
นอกจากนี้ PTT ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษจำนวน 0.2 บาท/หุ้นและเงินปันผลงวดสุดท้ายอีก 1.2 บาท/หุ้น ซึ่งเมื่อรวมเงินปันผลระหว่างกาล อัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 68 จะอยู่ที่ 73% สูงกว่าสมมติฐานของเราที่ 67%
กลุ่มธุรกิจก๊าซมี EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 13,156 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 ลดลง 6.4% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวของธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซ (S&M) และธุรกิจโรงแยกก๊าซ (GSP) โดยไตรมาสนี้ บริษัทมีปริมาณขายก๊าซธรรมชาติรวมลดลง 3.1% จากไตรมาสก่อน เป็น 3,725 mmscfd แต่ยังค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจาก GSP ช่วยชดเชยความต้องการก๊าซที่ลดลงของลูกค้าอุตสาหกรรม (ลูกค้ารายใหญ่หยุดซ่อมบำรุง)
ส่วนปริมาณขายให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าลดลงเล็กน้อยหรือ 0.8% จากปีก่อน เพราะถึงแม้ว่าอุปสงค์จากโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) จะเพิ่มขึ้น แต่อุปสงค์จากการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลดลง ดังนั้นเมื่อรวมกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับต่ำ (ปรับช้ากว่าราคาตลาดสามเดือน) ซึ่งกดดันราคาก๊าซที่ขายให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ S&M จึงมี EBITDA ลดลง 25.6% จากไตรมาสก่อน เป็น 2,834 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 ส่วนราคา PE (polyethylene) ที่ลดลงส่งผลให้ธุรกิจ GSP มี EBITDA ลดลง 13.8% จากไตรมาสก่อน แม้ว่าปริมาณขายอีเทนจะเพิ่มขึ้น 15.8% จากไตรมาสก่อน
ขณะที่ในทางกลับกัน ธุรกิจระบบท่อส่งก๊าซมี EBITDA เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในอัตรา 7.0% จากไตรมาสก่อน เป็น 7,518 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 เนื่องจากปริมาณการจองเพิ่มขึ้นและค่าซ่อมบำรุง/ต้นทุนพลังงานลดลง ซึ่งหักลบกับ SG&A ที่สูงขึ้น
ส่วนธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมี EBITDA ในไตรมาส 4/68 ติดลบ 3,444 ล้านบาท เทียบกับ 1,598 ล้านบาทในไตรมาส 3/68 จากการรับรู้ขาดทุนจากการ mark-to-market สินค้าระหว่างการขนส่งและกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อ (trading margin) ลดลง
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ปรับราคาเป้าหมายของ PTT ตามวิธี SOP ขึ้นเป็น 41 บาท หลังปรับลดสมมติฐานอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และเพื่อให้สะท้อนราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นของบริษัทย่อยในธุรกิจ E&P ต้นน้ำ/โรงกลั่น โดยคาดว่า PTT จะมีกำไรปกติเติบโตจากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 1/69 เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลดีต่อธุรกิจ E&P และ EBITDA ของ GSP จะเพิ่มขึ้นเมื่อ gas utility model มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 69
พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” PTT โดยมองว่าต้นทุนก๊าซนำเข้าน่าจะอยู่ในขาลง (สภาพอากาศอุ่นขึ้น) ขณะที่ยอดขายก๊าซของ GSP น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าในปี 69 ดังนั้นมองว่าราคาหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้นหากต้นทุนก๊าซนำเข้าต่ำกว่าคาด ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำกว่าคาดของ GSP จะเป็น downside risk
