“อรรถพล” สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซลด่วน รับมือวิกฤตสหรัฐ–อิหร่าน

“อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” เร่งคุมเกมราคาน้ำมันโลกปั่นป่วน สั่ง “บอร์ด กบน.” ประชุมด่วนรับมือวิกฤตสหรัฐฯ-อิหร่าน งัดกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนดีเซลเพื่อตรึงราคาทันที หวังพยุงค่าครองชีพคนไทยและสกัดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ก.พ.69) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้สั่งการเร่งด่วนให้จัดประชุมเพื่อหารือวาระเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ซึ่งมีความกังวลว่า สหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านในไม่ช้านี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งเพิ่มกำลังทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลางและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการใช้กำลังทหาร หากการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านประสบความล้มเหลว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเกิดความผันผวนปรับตัวเพิ่มระลอกใหม่

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศไทยที่กำลังเร่งฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ที่ประชุม กบน. วันนี้ (20 ก.พ.2569) ได้มีมติเห็นชอบ ปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันดีเซลลง 45 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมที่จัดเก็บเข้ากองทุนฯ 15 สตางค์ต่อลิตร เปลี่ยนเป็นลดการจัดเก็บลง และปรับมาเป็นการอุดหนุนราคาดีเซลเพิ่มเป็น 30 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลคงเดิม ณ หน้าสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร เพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบต่อค่าครองชีพ

โดยการอุดหนุนนี้จะส่งผลต่อรายรับประเภทน้ำมันดีเซล ลดลงวันละ 29.52 ล้านบาท แต่ในภาพรวมฐานะกองทุนน้ำมันฯ ยังรองรับได้ เพราะบัญชีน้ำมันยังคงเป็นบวก

นายอรรถพล กล่าวว่า กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน อย่างใกล้ชิด เพราะผลของสถานการณ์ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนโดยในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังเร่งฟื้นตัว โดย กบน. เร่งใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ เข้าบริหารจัดการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับสูงขึ้น เนื่องจากดีเซลถือเป็นน้ำมันทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นต้นทุนหลักของภาคการขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การตรึงราคาดีเซลในครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนคือ ไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และไม่ให้เกิดภาวะสะดุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลพร้อมใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อดูแลเสถียรภาพด้านพลังงานอย่างรอบคอบและทันท่วงที”

ปัจจุบัน ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนน้ำมันฯ เป็นบวกอยู่ที่ 1,772 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 39,951 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 38,179 ล้านบาท ส่วนการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันดีเซล จะทำให้รายรับลดลงเหลือประมาณวันละ 29.52 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 10.80 ล้านบาท เป็นมีรายจ่ายวันละ 18.72 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ราคาน้ำมันดิบ” พุ่งนิวไฮรอบ 6 เดือน หลัง “ทรัมป์” ขีดเส้น 10 วัน กดดันอิหร่าน

Back to top button