ดักเก็บหุ้น “นิคม–พลังงาน–สื่อสาร” รับ 5 ยักษ์จีนทุ่มหมื่นล้าน ตั้งฐานหุ่นยนต์

BOI อนุมัติลงทุน 5 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากจีน วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ตั้งฐานผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ Humanoid Robot ในไทย สร้าง New S-Curve หนุนหุ้นนิคม พลังงาน สื่อสาร ก่อสร้าง ธนาคาร และชิ้นส่วน รับอานิสงส์เต็ม พร้อมชู AMATA GULF TRUE เด่น


ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจ หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนจำนวน 5 ราย รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการลงทุนผลิตนอกประเทศจีนครั้งแรก และสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาคการลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของ 5 บริษัทชั้นนำจากประเทศจีน ได้แก่ 1.บริษัท Hangzhou Seenpin Electromechanical Transmission 2.บริษัท Beite Technology 3.บริษัท Sanhua Intelligent Drives 4.บริษัท Tuopu Technology และ5.บริษัท Xusheng Group ลงทุนสร้างโรงงานผลิตโครงร่างหุ่นยนต์ และชุดควบคุมข้อต่อ แขน และนิ้วของหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ (Humanoid Robot) ซึ่งจะมีทั้งชิ้นส่วนโลหะความแม่นยำสูง ระบบการเคลื่อนไหว และชิ้นส่วนส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพสูง

โดยมีลูกค้าหลัก คือ หุ่นยนต์ Tesla Bot และจะผลิตป้อนให้ลูกค้ารายอื่น ๆ ด้วย เช่น แอปเปิล (Apple), ซัมซุง (Samsung) และ หัวเหว่ย (Huawei) โดยจะเป็นการผลิตนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก ทั้ง 5 บริษัท มีมูลค่าเงินลงทุนในเฟสแรกรวมกว่า 10,000 ล้านบาท จะจ้างงานบุคลากรไทยทักษะสูงรวมกว่า 1,000 คน และคาดว่า จะมีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศไทยรวมกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทชั้นนำรายอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างเตรียมการที่จะเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในกลุ่มชิ้นส่วนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในประเทศไทย

นายนฤตม์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ไทยกำลังสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ที่จะเป็น New Growth Engine สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต นอกเหนือจากกลุ่มหลัก ๆ ที่มีบริษัทระดับโลกเข้ามาลงทุนบ้างแล้ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมชีวภาพ อีกสาขาหนึ่งที่นักลงทุนมองว่า ไทยมีศักยภาพสูง คือ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากฐานการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยแข็งแกร่งอยู่เดิม และจะเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ที่จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ตาม Humanoid Robot กำลังจะเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ศูนย์วิจัยหลายแห่งคาดว่า มูลค่าตลาดโลกจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึงกว่า 130% โดยคาดว่าปี 2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยีที่ทำให้การผลิตและการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ จากแรงหนุนของนวัตกรรมหุ่นยนต์สองขาที่สามารถเดินและทำงานที่ซับซ้อนได้ใกล้เคียงกับคนจริง เช่น หุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla

สำหรับบริษัท Hangzhou Seenpin Electromechanical Transmission ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิต Planetary Roller Screw และ Robot Ball Screw ซึ่งเป็นชิ้นส่วนส่งกำลังความแม่นยำสูงในระบบขับเคลื่อนของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องรองรับแรงบิดสูง ความแม่นยำ และการทำงานต่อเนื่องของหุ่นยนต์ เงินลงทุน 2,120 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี

บริษัท Beite Technology ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิตชิ้นส่วนส่งกำลัง (Planetary Roller Screw) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เงินลงทุน 1,670 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี และเพิ่งยื่นคำขอเพิ่มอีก 1 โครงการ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อผลิต Robot Ball Screw ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของบีโอไอ

บริษัท Sanhua Intelligent Drives ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิตอุปกรณ์ข้อต่อควบคุมการเคลื่อนที่ (Actuator) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ที่เปรียบเสมือนกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่แปลงพลังงานและสัญญาณควบคุมให้เป็นการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ในรูปแบบต่าง ๆ มีเงินลงทุน 1,800 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อป้อนให้กับ BYD, Volvo และ Tesla เงินลงทุนกว่า 3,200 ล้านบาทด้วย

บริษัท Tuopu Technology ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิตอุปกรณ์ข้อต่อควบคุมการเคลื่อนที่ (Actuator) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มีเงินลงทุน 930 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการส่งเสริมโครงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอีก 2 โครงการ มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท

บริษัท Xusheng Group ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพื่อผลิต Robot Body/Joint/Bone Components ซึ่งเป็นชิ้นส่วนโครงร่างของหุ่นยนต์ ทำหน้าที่รองรับชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น แขน ขา และข้อต่อ เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหวและทำงานได้ตามที่ออกแบบ โดยจะใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และทนต่อแรงสั่นสะเทือน เหมาะสำหรับหุ่นยนต์ที่ต้องการความแม่นยำ ความปลอดภัย และสมรรถนะสูง เงินลงทุน 2,700 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  สัญญาณวงจรลงทุนระลอกใหม่ของไทยดีขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด BOI อนุมัติ5 บริษัทชั้นนำจากจีน ลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาทผลิตชิ้นส่วน Humanoid Robot ในไทย

โดย KSS ประเมินภาพบวกสอดรับทิศทาง KSS คาดสัญญาณวงจรลงทุนระลอกใหม่ของไทยดีขึ้นต่อเนื่อง การลงทุนเป็นบวก เนื่องจาก Multiple Effect ต่อเศรษฐกิจสูง นอกจากนี้คาดช่วยลดต่อยอดเกิด New S Curve อุตสาหกรรมใหม่ๆในประเทศบวกต่อหุ้นหลักๆ ในธีมการลงทุน

-นิคม AMATA, WHA

-ก่อสร้าง CK, STECON, PYLON

-สาธารณูปโภคพื้นฐาน พลังงาน PTT ไฟฟ้า GULF, GPSC

-สื่อสาร TRUE, ADVANC

-ชิ้นส่วนระยะกลาง ที่จะได้รับผลบวกการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ

โดยเชิงกลยุทธ์ ประเมินทิศทางดังกล่าวช่วยเปิด Upside หุ้นที่เกี่ยวโยงระยะถัดไป เน้น AMATA ,GULF, TRUE

Back to top button