TEAMG กวาดกำไรปี 68 นิวไฮ 197 ล้าน โต 28% เคาะปันผล 0.16 บ. ตุน Backlog 5.4 พันลบ.

TEAMG โชว์ผลงานปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่ กำไรสุทธิ 197 ล้านบาท โต 28% รายได้ทะลุ 2.5 พันล้านบาท บอร์ดอนุมัติปันผล 0.16 บาท พร้อมตุน Backlog กว่า 5.4 พันล้าน เดินหน้ารุกงาน EPC และเมกะโปรเจกต์ปี 2569


นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า ผลประกอบการบริษัท ในปี 2568 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 2,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 เป็นจำนวน 631 ล้านบาท คิดเป็น 34% โดยมีกำไรสุทธิ 197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปี 2567 ทั้งรายได้และกำไรนับเป็นจุดสูงสุดใหม่ของบริษัท (New High) ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีงานอยู่ในมือที่ยังไม่ได้รับรู้รายได้ (Backlog) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มูลค่า 5,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2567

โดยปัจจัยหลักมาจากธุรกิจที่ปรึกษาและการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ที่บริษัทรับผิดชอบระหว่างปี ทั้งในส่วนธุรกิจหลักและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับแผนการเติบโตของบริษัทจากการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา ออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างไปสู่การรับงานในโครงการรูปแบบการก่อสร้างแบบครบวงจร ได้แก่ การให้บริการด้านวิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้าง หรือ EPC (Engineering Procurement, and Construction) โครงการ EPC ที่สำคัญที่ได้รับในปี 2568 เช่น ระบบสาธารณูปโภค งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะด้าน เป็นต้น

สำหรับทิศทางในการดำเนินงานในปี 2569 นี้ บริษัทมุ่งเน้นงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่นคงสูงและมีเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเติบโตด้วยการขยายสัดส่วนรับงานรูปแบบ EPC เสริมความแข็งแกร่งให้ Backlog โดยในปีนี้ พุ่งเป้าโครงการเมกะโปรเจกต์ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เช่น ด้านระบบรางและคมนาคมขนส่ง ด้านท่าอากาศยานและการบิน ที่คาดว่าจะมีงบประมาณจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการเติบโตในโครงการรูปแบบ EPC

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการงวดปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.16 บาทหรือคิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 130.86 ล้านบาท ประกาศขึ้น XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยเงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายกำหนด โดยบริษัท กำหนดจ่ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้สิทธิในการรับเงินปันผลจะรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อีกครั้ง

นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปพร้อมกับความยั่งยืน จนได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน “SET ESG Ratings ประจำปี 2568” ในระดับ “AAA” ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่คำนึงถึงการลงทุนในกิจการที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาวหรือดีเลิศ ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนหรือ CGR (Corporate Governance Report of Thai Listed) ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันอีกด้วย

Back to top button