
CHAO กวาดกำไร Q4 โต 388% แตะ 46 ล้านบาท รับยอดขายจีน–สหรัฐพุ่ง เคาะปันผล 0.17 บาท
CHAO โชว์ผลงานไตรมาส 4 ปี 2568 แข็งแกร่ง รายได้แตะ 410.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 46.2 ล้านบาท โต 388.2% จากยอดขายต่างประเทศโดยเฉพาะจีนและสหรัฐเติบโตเด่น เดินหน้ารุกตลาด Better-for-you Snack และขยายฐาน B2B ต่อเนื่อง พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.17 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 14 พ.ค.นี้
นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ภายใต้แบรนด์ “เจ้าสัว” เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 4 (ตุลาคม – ธันวาคม) ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 410.8 ล้านบาท เติบโต 20.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขายในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ยังลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากยอดขายภายในประเทศปรับตัวลดลง ตามการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนตัวลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายได้จากต่างประเทศยังเติบโตเพิ่มขึ้น 13.4% (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) นับเป็นการสะท้อนศักยภาพความสำเร็จในการขยายสู่ตลาดระดับโลก และการมุ่งบริหารจัดการความเสี่ยง โดยไม่พิงตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก ขณะกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ทำได้ 68.3 ล้านบาท เติบโต 180% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 93.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แท้จริง (Operational Excellence)
โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนการผลิตและการบริหารพอร์ตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ส่งผลให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายฐานผู้บริโภคสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน
สำหรับกำไรสุทธิทำได้ 46.2 ล้านบาท เติบโต 388.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 131.4% (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “ข้าวตังหน้ากุ้งหยอง ซอสผัดไทย” และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดี
รวมถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกา จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มข้าวตัง และธัญพืช พร้อมการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังเอเชียซูปเปอร์มาร์เก็ตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการมุ่งบริหารจัดการตุ้นทุนเชิงรุก การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ บริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
ส่งผลให้บริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น และมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแตะ 11.2% โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ 2.7% คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 8.4% ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ในทุกมิติเพื่อเพิ่มอัตรากำไร และผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้
ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนนักลงทุน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิของผลการดำเนินงานในปี 2568 ในอัตรา 0.17 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHAO กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในระยะถัดไป บริษัทฯ มุ่งเดินหน้าขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศด้วยกลยุทธ์ Marketing 360° เชื่อมโยงช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเตรียมส่งแคมเปญรุกหนักในช่วงต้นปีด้วยผลิตภัณฑ์ “ข้าวตังหน้าล้น” และตามด้วย “หมูแท่ง” ในช่วงกลางปีเพื่อเร่งการเติบโตของกลุ่ม Meat Snack พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการใช้ระบบอัตโนมัติและพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรักษาเสถียรภาพอัตรากำไรขั้นต้นอย่างยั่งยืน
รวมทั้ง มุ่งเน้นการปรับสมดุลพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มสุขภาพ (Better-for-You Snack) และการขยายธุรกิจแบบ B2B เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ขณะที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนยังคงเป็นกลไกหลักในการเติบโตผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายฐานลูกค้าสู่ประเทศใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาวอย่างมั่นคง
“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 คือภาพสะท้อนความสำเร็จที่งดงามจากการวางรากฐานการลงทุนอย่างเป็นระบบในไตรมาส 3 แม้เราจะเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาด แต่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกำไรสุทธิทั้ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คือเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและการบุกตลาดต่างประเทศของเรามาถูกทาง และจะเป็นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในการพาแบรนด์ ‘เจ้าสัว’ ก้าวสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน” นางสาวณภัทร กล่าว

