TNITY เปิดแผนปี 69 ชูกลยุทธ์ AI-ESG เสริมแกร่ง รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

TNITY เปิดแผนขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี AI และหลัก ESG รับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โชว์ความสำเร็จการปรับโครงสร้างธุรกิจ หนุนส่วนแบ่งตลาด TFEX ขยับพุ่งแตะ 3.93% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กวาดรายได้รวม 163.26 ล้านบาท รับอานิสงส์ความเชื่อมั่นนักลงทุนและสภาพคล่องตลาดหุ้นไทยที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง


ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY เปิดเผยว่า บริษัทประเมินดัชนีหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450 – 1,500 จุด และคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อาจเติบโตลดลงจากผลกระทบของต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยบริษัทยังคงต้องติดตามปัจจัยท้าทายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่อาจเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และนโยบายการค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังคงอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน ภาพรวมเศรษฐกิจ และกำลังซื้อภายในประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัทได้เตรียมความพร้อมและเดินหน้าพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้ทันสมัย ควบคู่กับการนำระบบอัตโนมัติมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการดำเนินงานภายในองค์กร รวมทั้งเพิ่มการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลการลงทุนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตลอดจนเตรียมแหล่งเงินทุนที่มั่นคงเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้หลัก ESG เพื่อมุ่งสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน สร้างความไว้วางใจ พร้อมเรียนรู้และคิดค้นแนวทางใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงิน โดยปัจจุบันบริษัทได้รับคะแนนประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) และได้รับการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) อย่างต่อเนื่อง

โดยการที่บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ควบคู่กับการเสริมทัพทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์และการลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาให้ความไว้วางใจและใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการนำเทคโนโลยี AI มาสนับสนุนการทำงานถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับการให้บริการ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 1 ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนีปิดที่ 1,448.14 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.96 นับตั้งแต่ต้นปี ถือเป็นตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นดีที่สุดอันดับ 2 ของเอเชียรองจากเกาหลีใต้ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.28 แตะระดับ 65,109 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนการกลับมาของแรงเก็งกำไรและความเชื่อมั่น ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากการจัดการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม

Back to top button