MENA ปั๊มกำไรปี 68 แตะ 64 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวปันผล 0.015 บ.

MENA โชว์ผลงานปี 68 กำไรสุทธิ 63.7 ล้านบาท รายได้รวม 821.8 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจขนส่งขยายตัวทุกภาคส่วน หนุนบริษัทย่อย TDM โตเด่น บอร์ดอนุมัติปันผล 0.015 บาท/หุ้น จ่าย 21 พ.ค. 69 เดินหน้าแผน Jump+ ดันปี 69 เติบโตต่อเนื่อง


นางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ MENA ผู้นำธุรกิจให้บริการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถมิกเซอร์ (Mixer) และรถเทรลเลอร์ (Trailer) รายใหญ่ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 63.7 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมมีจำนวน  821.8 ล้านบาท

ปัจจัยที่ผลักดันให้กำไรสุทธิยังคงอยู่ในทิศทางที่ดี เนื่องจากได้รับอานิสงส์การขยายตัวของธุรกิจขนส่งสินค้าทุกประเภททั้งซีเมนต์ คอนกรีต สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเฉพาะทาง และสินค้าควบคุมอุณหภูมิ และยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน บริษัท ทีดี เอ็มลอจิสติกส์ จำกัด (TDM) ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการขยาย Fleet รถรองรับปริมาณงานที่จะเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาของบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป (CJ)

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.015 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 11 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่  21 พฤษภาคม 2569 โดยการใช้สิทธิดังกล่าวต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เมษายน 2569

สำหรับทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ ในปีนี้ คาดว่ารายได้ของธุรกิจ Mixer และ Trailer จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปี 2568 เนื่องจากแนวโน้มการก่อสร้างภาครัฐยังขยายตัวร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปี 2568 ขณะที่การบริโภคภายในประเทศในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสและการกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งผลให้ธุรกิจขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภคเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบค้าปลีกและอีคอมเมิร์ช ดังนั้นอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของบริษัทฯ จึงยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569

ปัจจุบันบริษัทฯ มีรถขนส่งให้บริการ 708 คัน แบ่งเป็น รถมิกเซอร์ 595 คัน รถเทรลเลอร์ 71 คัน รถบรรทุกอาหารสัตว์ 26 คัน และรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิรวมอีก 16 คัน  ซึ่ง MENA ยังคงมองหาโอกาสในการขยายฟลีทเพิ่มเติม ผ่านทางการมองหาพันธมิตรใหม่ๆ รวมถึงจะใช้ความชํานาญและ ประสบการณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์ในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อทําให้กําไรเติบโตไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของรายได้โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยประหยัดต้นทุน ลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนั้นในส่วนของบริษัทร่วมทุน TDM ก็มีแผนจะขยายฟลีทรถจํานวนมาก เพื่อรองรับปริมาณงานที่จะเพิ่มขึ้น จากการขยายสาขาของ ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส และ ซีเจเอ็กซ์

ในปี 2569 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Jump+) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ  เพื่อเพิ่มมูลค่าของบริษัทฯ ในมิติต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมทั้งในด้านแผนธุรกิจ แผนด้านธรรมาภิบาลและแผนการจัดการก๊าชเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทําแผนงานด้านต่างๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2569 หลังจากนั้นจะเผยแพร่แผนงาน Jump+ และรายงานความคืบหน้าและสื่อสารผู้ลงทุนต่อไป

Back to top button