
CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,500-1,530 จุด ชูหุ้นเด่น DELTA-SPALI
CGSI คาด SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,500-1,530 จุด ขึ้นต่อรับกนง.เซอร์ไพรส์หั่นดอกเบี้ย และหุ้นสหรัฐฯพุ่งรับกระแส AI พร้อมเชียร์ลงทุน DELTA-SPALI ลุ้นกำไรปี 69 โตเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทย โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index ไว้ที่ระดับ 1,500-1,530 จุด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% (25 bps) ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวบวกแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหันมามีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยี AI มากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ทาง CGS International ได้ให้คำแนะนำการลงทุนในหุ้นเด่น เริ่มจาก บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยระบุว่า บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 4/2568 ที่ระดับ 7.18 พันล้านบาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 250% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจากแผนการใช้งบลงทุนที่สูงในปี 2569 (ปี 2026) ของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Hyperscaler) รายใหญ่ในสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ยอดขายและกำไรปกติต่อหุ้นของ DELTA เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 28% จากปีก่อนหน้า และ 61% จากปีก่อนหน้า ตามลำดับ ในปีงบการเงิน 2569 (FY26) โดยแนะนำจุดทำกำไร (Take profit) ที่ 270.00 บาท และจุดตัดขาดทุน (Stop loss) ที่ 263.00 บาท
นอกจากนี้ ยังแนะนำ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI โดยบริษัทมีการรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2568 ที่ระดับ 1.34 พันล้านบาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะปรับลดลง 32.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ตัวเลขกำไรดังกล่าวถือว่าออกมาสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประมาณการไว้ถึง 11.7% ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) หลักในปี 2569 (2026F) จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแรง โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ในกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุน (JV) ในประเทศออสเตรเลีย โดยแนะนำจุดทำกำไร (Take profit) ที่ 19.00 บาท และจุดตัดขาดทุน (Stop loss) ที่ 18.20 บาท