BYD ทุ่ม 374 ล้านบาท ลุยฮุบ “บล.คิงส์ฟอร์ด” ดันมาร์เก็ตแชร์เฉียด 7% ผงาดขึ้น Top 5

บอร์ด BYD อนุมัติเข้าซื้อหุ้น 90% ใน บล.คิงส์ฟอร์ด วงเงินราว 374.56 ล้านบาท พร้อมแผนโอนธุรกิจบางส่วน ปรับโครงสร้างสู่โฮลดิ้ง เตรียมเสนอผู้ถือหุ้น 1 เม.ย.นี้ หนุนมาร์เก็ตแชร์รวมเฉียด 7%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติแผนเข้าลงทุนและปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ โดยเตรียมเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) (KFS) จาก บริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (KFH) ในสัดส่วน 90% เพื่อให้ KFS มีสถานะเป็นบริษัทย่อย

ธุรกรรมแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ การซื้อหุ้นเดิม 850.50 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 37.46 ล้านบาท และการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 7,654.50 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 337.10 ล้านบาท รวมวงเงินลงทุนราว 374.56 ล้านบาท โดยใช้เงินสดจากกระแสเงินสดของบริษัท ทั้งนี้ ราคาหุ้นอาจมีการปรับตามกลไกในสัญญา

พร้อมกันนี้ บอร์ดยังอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ KFH วงเงิน 30 ล้านบาท และอนุมัติในหลักการปล่อยกู้ด้อยสิทธิให้ KFS ไม่เกิน 100 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เพื่อเสริมเสถียรภาพเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC/NCR)

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนโอนหน่วยธุรกิจหลักทรัพย์บางส่วน (Partial Business Transfer: PBT) ให้แก่ KFS ภายหลังการเข้าลงทุนแล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้ BYD ถือหุ้นใน KFS เพิ่มเป็นประมาณ 95% และมีแผนปรับสถานะเป็นบริษัทโฮลดิ้งในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทจะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติรายการดังกล่าว โดยต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาอันดับมูลค่าการซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์ ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า บล. คิงส์ฟอร์ด  มีส่วนแบ่งการตลาด 5.32% คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายรวม 9,532.80 ล้านบาท อยู่อันดับที่ 7 ขณะที่บล. บียอนด์  มีส่วนแบ่งการตลาด 0.59% มูลค่าการซื้อขายรวม 1,051.52 ล้านบาท อยู่อันดับที่ 30

ทั้งนี้ หากการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 90% แล้วเสร็จ จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดรวมของ บล.บียอนด์ ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 7% ทันที มีโอกาสไต่อันดับขึ้นสู่กลุ่ม Top 5 ของอุตสาหกรรม สะท้อนการขยายขนาดธุรกิจและศักยภาพการแข่งขันที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Back to top button