
DDD โชว์งบปี 68 กำไรพุ่ง 233% รับยอดขายโต-คุมต้นทุนเด่น เคาะปันผล 0.03 บาท
DDD อวดงบปี 68 กำไรสุทธิ 68 ลบ. โตกระฉูด 233% อานิสงส์คุมต้นทุนเยี่ยม ดันยอดขายในประเทศ-LESASHA โตเด่น บอร์ดไฟเขียวปันผล 0.03 บ. ขึ้น XD 30 เม.ย. 69 พร้อมกางแผนปี 69 ลุยผนึกพันธมิตรปั๊มยอดขาย
บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก อุปกรณ์ตกแต่งทรงผม อุปกรณ์เสริมความงาม ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เครื่องครัว รวมไปถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำ อาทิ SNAILWHITE, NAMU LIFE, OXE’CURE, SPARKLE, LESASHA, JASON, MAKAVELIC, EMJOI, @HOME, VALERA และ ELCHIM เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 68.05 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 47.59 ล้านบาท หรือเติบโตสูงถึงร้อยละ 233 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.37 เป็นร้อยละ 4.92
ขณะที่รายได้จากการขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 1,342.84 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.90 จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ทำให้รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวลดลงร้อยละ 12.60 โดยเฉพาะรายได้จากการขายในต่างประเทศที่ลดลงร้อยละ 39.45 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในต่างประเทศ จากการร่วมทุน (Joint Venture) มาเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย (Authorized Distributor) ในบางประเทศ ทำให้การรับรู้รายได้เปลี่ยนจากการอ้างอิงยอดขายจากลูกค้าปลายทาง (End Customer) มาเป็นราคาขายส่ง (Wholesale Price) ให้กับตัวแทนจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม ยอดขายในประเทศยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.58 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่ได้รับความนิยมภายใต้แบรนด์ SPARKLE รวมถึงการขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รายได้จากส่วนงานธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามยังปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.45 จากการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยมีแบรนด์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมชั้นนำอย่าง LESASHA เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 551.66 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.98 จากการใช้กำลังการผลิตของโรงงานอย่างเต็มที่ (Full Capacity Utilization) จนเกิดความประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ประกอบกับไม่มีการขายสินค้ารายการพิเศษ (Big Lot) ให้กับลูกค้ารายหลักในต่างประเทศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 394 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16.02 ตามนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายและการปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางการขาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 349.17 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.89 สอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นไม่เกิน 9,491,178 บาท (ไม่นับรวมหุ้นซื้อคืน) โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 30 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในทุกรูปแบบ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงมีแผนการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าวิเคราะห์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องต่อไป

