
BAFS โชว์กำไรปี 68 กระฉูดเท่าตัว ทะลุ 212 ล้านบาท รับรู้กลุ่มธุรกิจ “Aviation” โตแกร่ง
BAFS รายงานงบปี 2568 มีกำไรสุทธิ 211.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% จากปีก่อน รับแรงหนุนธุรกิจ Aviation ฟื้นตัวตามปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ธุรกิจท่อส่งน้ำมันเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมคุมค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 3%
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลการดำเนินงานงบปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ดังนี้
บริษัทรายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 211.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.05% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 211.94 ล้านบาท เนื่องจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจ Aviation ตามปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของปริมาณการเติมน้ำมันผ่านท่อของกลุ่มธุรกิจ Utilities
อีกทั้ง กลุ่มบริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 3% จากต้นทุนขายของรถเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขาย ค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าผลประโยชน์ตอบแทนจากการดำเนินกิจการให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Airport Concession Fee: ACF) และค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบท่อส่งน้ำมันและรถเติมน้ำมันอากาศยานเป็นหลัก
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี กลุ่มบริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น รวมถึงผลขาดทุนจากการด้อยค่าของค่าความนิยมของโรงไฟฟ้าในประเทศไทยและเงินลงทุน ซึ่งรายการดังกล่าวถือเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีเท่านั้น ไม่ได้กระทบต่อกระแสเงินสดแต่อย่างใด
สำหรับ BAFS ตั้งเป้าหมายปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานในปี 2569 ที่ 5,560 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 4% จากปี 2568 หรือคิดเป็นราว 91% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเป้าหมายดังกล่าวสะท้อนการประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมการบินที่สอดคล้องกับภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งแม้ยังคงขยายตัว แต่มีอัตราการเติบโตที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงการฟื้นตัวในระยะก่อนหน้า
ในขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 ไว้ที่ 36.7 ล้านคน เติบโต 7% จากปีที่ผ่านมา และยังไม่กลับสู่ระดับสูงสุดก่อนการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่ ส่งผลให้การเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและความถี่การบินเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสะท้อนโดยตรงต่อความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานในภาพรวม
สำหรับธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ คาดว่าปริมาณการส่งน้ำมันจะเติบโตขึ้น 11% จากปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 1,500 ล้านลิตร ในปี 2569 ขณะที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 (อ่างทอง-สระบุรี) คาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปี 2570 และจะสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันจากภาคตะวันออกสู่ภาคเหนือได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ BAFS GROUP ยังมีรายได้เพิ่มเติมจากการขายรถเติมน้ำมันอากาศยานของ BAFS INTECH ซึ่งเริ่มส่งมอบให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยในปี 2569 BAFS INTECH มีกำหนดส่งมอบรถเติมน้ำมันและรถที่ใช้ในธุรกิจการเติมน้ำมันอากาศยานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้กับลูกค้าอีกจำนวน 11 คัน รวมมูลค่าประมาณ 137.3 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจ Power ยังคงเดินหน้าสรรหาโอกาสในการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง


