VRANDA กางแผนปี 69 รุกตลาด “ไฮเอนด์” พ่วงลดต้นทุน ดันผลงานโตแกร่ง

VRANDA โชว์ผลงานปี 68 สุดสตรอง กำไรสุทธิพุ่ง 97% แตะ 101 ลบ. รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น เคาะปันผล 0.185 บ./หุ้น จ่อ XD 6 พ.ค. 69 กางแผนรุกตลาดไฮเอนด์ ดันรายได้อสังหาริมทรัพย์โตแกร่ง


นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 ว่า บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวม 474 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 26 โดยมีรายได้หลักมาจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมถึง 455 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 96 ของรายได้รวม ขยายตัวร้อยละ 35 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 99 ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 70 จากฐานกำไรปกติในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,577 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 3 (YoY) โดยรายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ 1,507 ล้านบาท เติบโตระดับร้อยละ 20 ส่งผลให้ EBITDA ทั้งปีพุ่งแตะระดับ 481 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นถึงร้อยละ 34 และสามารถทำกำไรสุทธิทั้งปีได้ถึง 101 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 97 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการฟื้นตัวของพอร์ตโฟลิโอโรงแรมในเครือ

ทั้งนี้ ภาพรวมกลุ่มธุรกิจโรงแรมของวีรันดาฯ สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวในช่วงท้ายปี 2568 ส่งผลให้ไตรมาส 4/2568 ราคาค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) เติบโตร้อยละ 10 และรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 7 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากโครงการ “วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น” ที่ทำรายได้สูงกว่าคาดการณ์ และ “วีรันดา คอลเลกชัน สมุย – ร็อคกี้ รีสอร์ท” ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น เนื่องจากทั้ง 2 โครงการตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ (Prime Location) ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานผ่านการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ และจากการขยายโครงการใหม่ในภูเก็ตและสมุยยังช่วยสร้างความได้เปรียบด้านการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรส่วนกลางและเพิ่มอำนาจต่อรองกับคู่ค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับเชนระดับโลกอย่าง แมริออท (Marriott) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าผ่านฐานสมาชิก Marriott Bonvoy ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงให้กับรายได้และกำไรในระยะยาว

อย่างไรก็ดี จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้มีมติพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.185 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 59 ล้านบาท โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลร้อยละ 4 ทั้งนี้ กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

นายภวัฒก์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและชัดเจนกว่าปีที่ผ่านมา สะท้อนได้จากรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ในเดือนมกราคมที่พุ่งขึ้นถึงร้อยละ 18 ส่งผลให้ VRANDA วางกลยุทธ์มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมกระจายความเสี่ยงผ่านตลาดที่หลากหลาย โดยเน้นการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) จากจีนที่เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญ ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการรุกตลาดระยะไกล (Long-haul) อย่างสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร (UK) ที่มีศักยภาพสูงในกลุ่ม Wellness รวมถึงตลาดอินเดียที่กำลังเติบโตแรงสู่เซกเมนต์หรูหรา โดยมีโครงการ “วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น” และ “วีรันดา คอลเลกชัน สมุย – ร็อคกี้ รีสอร์ท” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของกลุ่มธุรกิจโรงแรม ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Veranda Villas & Suites Phuket ในปีนี้ราว 300-400 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

“แม้ในปี 2569 ยังคงมีเรื่องให้เฝ้าระวังจากปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั้งการแข็งค่าของเงินบาทที่กระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน ต้นทุนพลังงานจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันที่สูงขึ้นของจำนวนห้องพักใหม่ในตลาด แต่เราก็มองเห็นโอกาสจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักสำคัญที่มีแนวโน้มการกลับมาอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีกิจกรรมระดับโลกที่เลือกมาจัดในประเทศไทยปีนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจน ดังนั้นโจทย์หลักที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญในปีนี้ คือการมุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการบริการ เพื่อเปลี่ยนโอกาสที่มีให้เป็นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน”ายภวัฒก์ กล่าว

Back to top button