
ONSENS กำไรปี 68 แตะ 13 ล้านบาท เคาะปันผล 0.019 บาท
ONSENS เผยงบปี 68 กำไร 13.58 ลบ. รับผลกระทบเศรษฐกิจ แต่โชว์ฐานะการเงินแกร่ง เงินสดพุ่ง 173.69 ลบ. หนี้ลดกด D/E ต่ำ 0.12 เท่า บอร์ดเคาะปันผล 0.019 บาท/หุ้น
นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 277.97 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 288.65 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 13.58 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33.29 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของกลุ่มลูกค้าที่หันมาใช้บริการออนเซ็นซึ่งเป็นบริการที่มีอัตราค่าบริการที่ย่อมเยา จึงส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวปรับตัวลดลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/2568 พบว่าบริษัทมีรายได้รวม 72.98 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.8% จากไตรมาสก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 68.31 ล้านบาท สาเหตุสำคัญที่ทำให้รายได้ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ของธุรกิจ ส่งผลให้จำนวนผู้มาใช้บริการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 11.6% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568
ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาระดับกำไรขั้นต้นในปี 2568 ไว้ได้ในระดับสูงที่ 42.75% อีกทั้งฐานะทางการเงินยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 173.69 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 124.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 78.36 ล้านบาท รวมกับเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 164 ล้านบาท
ด้านโครงสร้างทางการเงิน บริษัทมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 592.51 ล้านบาท ลดลง 30.07 ล้านบาท หรือลดลง 4.83% ซึ่งเป็นผลมาจากการชำระคืนเงินกู้จำนวน 27.45 ล้านบาท รวมถึงการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่า แม้ว่าจะมีการทำสัญญาเช่าใหม่เพิ่มเติมบางส่วนก็ตาม ขณะเดียวกัน ส่วนของผู้ถือหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ระดับ 403.01 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 154.05 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกำไรสุทธิประจำปีและเงินเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 157.10 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับลดลงจาก 0.3 เท่า มาอยู่ที่ระดับ 0.12 เท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีความเสี่ยงที่ลดต่ำลง
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.019 บาท หรือคิดเป็น 40% ของกำไรสุทธิ รวมเป็นจำนวนเงินปันผลทั้งสิ้น 5.7 ล้านบาท ทั้งนี้ มติดังกล่าวเตรียมนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในเดือนเมษายน เพื่อพิจารณาต่อไป

