“กรมลดโลกร้อน” ผุดศูนย์เรียนรู้บ้านน้ำพร้าว ชูโมเดล “กาแฟแก้การเผา” ฟื้นฟูป่ายั่งยืน

กรมลดโลกร้อนฯ เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านน้ำพร้าว จ.แพร่ ชูโมเดล “กาแฟแก้การเผา” หนุนปลูกกาแฟอาราบาซอลท์ทดแทนพืชเชิงเดี่ยว หวังแก้ปัญหาไฟป่า ลดฝุ่น PM 2.5 ฟื้นฟูป่า และสร้างรายได้ยั่งยืนตามแนวทาง BCG


กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อเปิด “ศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน” ณ ชุมชนบ้านน้ำพร้าว ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิพานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เรียนรู้ดังกล่าว พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 150 คน

นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมฯ มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาและเสริมศักยภาพ “ศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน” (Community Learning Centre for Climate Action) เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง (Best Practice) ในระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย การลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) และการสร้างมูลค่าตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model)

สำหรับชุมชนบ้านน้ำพร้าว ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สำคัญของภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยประสบปัญหาจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและมีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ด้วยพลังความร่วมมือของเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) รวมถึงคนในชุมชน จึงได้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาใช้ระบบเกษตรผสมผสาน ผ่านทางการปลูกกาแฟร่วมกับการอนุรักษ์ผืนป่า

ทั้งนี้ จุดเด่นที่สำคัญของศูนย์เรียนรู้แห่งนี้คือ “กาแฟอาราบาซอลท์” (Arabasalt Coffee) ซึ่งเป็นกาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยการปลูกกาแฟในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนการ “สร้างป่า” เพื่อช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก และลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จากต้นเหตุที่แท้จริงนั่นคือการเผาป่า

นายโกเมศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อนบ้านน้ำพร้าว นับเป็นต้นแบบสำคัญของภาคเหนือในการบูรณาการงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนตามแนวทาง BCG โดยใช้โมเดล “กาแฟแก้การเผา” ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูผืนป่าและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงรูปธรรมของการขับเคลื่อนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศจากระดับพื้นที่ ไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ สำหรับการดำเนินงานในปีต่อๆ ไป กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีแผนการที่จะเปิดศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อนเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง เพื่อเป็นการขยายศูนย์เรียนรู้ให้ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร ภายในปี 2570 โดยมุ่งหวังให้ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้เป็นต้นแบบที่สามารถนำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ได้ต่อไป

Back to top button