
KLINIQ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 20% อัดงบลงทุน 300 ล้าน เร่งขยาย 9 สาขา–ปั้นรพ.ศัลยกรรมใหม่
KLINIQ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 20% อัดงบลงทุนสูงสุด 300 ล้านบาท เร่งเปิด 9 สาขาใหม่ เดินหน้าปั้นโรงพยาบาลศัลยกรรมโซนสุขุมวิท เสริมศักยภาพธุรกิจแกร่ง
นายอภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ เปิดเผยในงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 ว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 363.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.88% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 322.19 ล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 10 แห่ง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และรองรับความต้องการด้านความงามและสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในตลาด
ทั้งนี้ มองภาพรวมตลาดธุรกิจศัลยกรรมความงามไทยในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 76,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 75,000 ล้านบาทในปีก่อน หรือเติบโตราว 1% สะท้อนการขยายตัวในระดับทรงตัว
อย่างไรก็ตาม บริษัท ตั้งเป้าการเติบโตเชิงรุก โดยวางเป้าหมาย Revenue Growth และ Margin Growth อยู่ที่ 20% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากบริษัทมีอัตราการเติบโตย้อนหลังเฉลี่ย 20% ต่อเนื่อง
สำหรับปี 2569 บริษัทได้ลงนามสัญญากับผู้ให้เช่าพื้นที่ (Landlord) เพื่อเปิดสาขาใหม่รวม 9 แห่ง ขยายเครือข่ายการให้บริการทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งใหม่ในโซนสุขุมวิท ติดรถไฟฟ้าสายสีเขียว อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการทำสัญญา ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาและสร้างรายได้ในระยะยาว
บริษัทได้เปิดตัวธุรกิจเวชสำอางภายใต้แบรนด์ TKQL – The Clinic Laboratory ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมุ่งผลิตสินค้าเพื่อสนับสนุนการขายภายในสาขากว่า 80 แห่ง เติมเต็ม Ecosystem และ Customer Journey ของลูกค้าที่ต้องการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องที่บ้าน
ในปี 2569 บริษัทเน้นการปรับปรุงอัตรากำไร โดยเฉพาะในส่วนของโรงพยาบาล หลังผ่านช่วงการลงทุนขนาดใหญ่ไปแล้ว คาดว่าจะเริ่มเห็นประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
ด้านงบลงทุนฝั่งคลินิกวางไว้ราว 100–300 ล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับจำนวนสาขาใหม่ที่เปิด โดยยังไม่รวมงบลงทุนในโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์เพิ่มเติม
นอกจากนี้บริษัทมีแผนพัฒนาระบบ IT ใหม่ภายในปีนี้ เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า ควบคู่กับการเน้นนวัตกรรมการรักษา โดยนำยาและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านทีมแพทย์และ R&D ที่คัดเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคชาวเอเชีย
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทยอยกลับมา ซึ่งช่วยกระตุ้นดีมานด์ในตลาดต่างประเทศ รวมถึงกลยุทธ์ Multi-brand Strategy ที่เสริมความแข็งแกร่งของแต่ละแบรนด์ในเครือ และสนับสนุนผลประกอบการรวมให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ด้วยแผนขยายสาขา การต่อยอดธุรกิจเวชสำอาง และการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตระดับ 20% ท่ามกลางภาพรวมตลาดที่ขยายตัวเพียงเล็กน้อยในปีหน้า

