
CGSI คาด GDP ไทยปีนี้โต 1.9% ลุ้นนโยบายรัฐหนุนครึ่งปีหลัง
CGSI ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 69 ขยายตัว 1.9% จับตานโยบายรัฐบาลใหม่หนุนครึ่งปีหลัง คาด กนง. หั่นดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 0.75% ในมิ.ย.นี้ พร้อมมองกรอบเงินบาท 30-32 บาท/ดอลลาร์ รับอานิสงส์ราคาทองพุ่ง
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2569 จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นว่ายังคงขยายตัวได้ดี ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
อย่างไรก็ตาม ดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ระดับ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และต่ำกว่า Bloomberg consensus ที่คาดการณ์ไว้ระดับ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 จะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และอาจมีอัปไซด์ (Upside) ในช่วงครึ่งปีหลังจากการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ แม้ว่าผลการเลือกตั้งและอัตราการเติบโตของ GDP ในช่วงไตรมาสที่ 4/2568 จะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของประเทศ เนื่องจากประเมินว่าการใช้จ่ายในช่วงไตรมาสที่ 4/2568 นั้น ถูกขับเคลื่อนด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก
อาทิ โครงการคนละครึ่ง และมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0) นอกจากนี้ แม้ว่าทิศทางการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะยังคงแข็งแกร่ง แต่การลงทุนดังกล่าวกลับส่งผลดีต่อการจ้างงานภายในประเทศไทยเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการต่างชาติมักจะนำพนักงานรวมถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของตนเองเข้ามาด้วย
สำหรับไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญในภูมิทัศน์ทางการเมืองที่ต้องจับตา ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างน้อย 95% ภายในวันที่ 9 เมษายน 2569 จากนั้นจะมีการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อกำหนดให้รัฐสภาลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนพัฒนาโครงการต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลังต่อไป
ด้านทิศทางค่าเงินบาท ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ได้ตั้งสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยน ณ สิ้นปี 2569 ไว้ที่ระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมองว่าอาจมีโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้น (Downside) โดยคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะยังคงแข็งแกร่งและเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 30-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และค่าความคลาดเคลื่อนเชิงสถิติ (Error and Omission) ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านดาวน์ไซด์ที่ชัดเจนจะมาจากทิศทางราคาทองคำเมื่อประเมินจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน รวมถึงแรงซื้อทองคำของธนาคารกลาง
นอกจากนี้ จากท่าทีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% (25 bps) ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 หรือในการประชุม กนง. รอบเดือนมิถุนายน ส่งผลให้คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลงมาอยู่ที่ระดับ 0.75% ในปี 2569 ขณะเดียวกัน การจับจังหวะตลาด (Market Timing) ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากแม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ขยายตัว แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนแฝงอยู่อีกมาก
