
“ก.ล.ต.” ฟันแพ่ง 4 รายปั่นหุ้น AKP ปรับ 8.65 ลบ. แบนเทรด–ห้ามนั่งผู้บริหาร
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับบุคคล 4 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหุ้น AKP สั่งปรับรวม 8.66 ล้านบาท แบนเทรดสูงสุด 17 เดือน–ห้ามนั่งกรรมการ-ผู้บริหารสูงสุด 34 เดือน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) หรือ AKP โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 8,657,898 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
โดยก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อเดือนกันยายน ปี 2566 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงวันที่ 1-13 มิถุนายน 2566 ผู้กระทำความผิด 4 ราย ได้แก่ (1) นายวรดิศ ธนภัทร (2) นางสาวภาวศุทธิ โชติกเสถียร (3) นางมาร์การิต ลินดา ดาลาล และ (4) นางสาวกัญญา รักษ์ทอง ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ธุรกิจ และบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ได้ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น AKP โดยส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น AKP ในราคาปริมาณ และเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดการจับคู่ซื้อขายกันเอง
โดยส่งคำเสนอซื้อหลายระดับราคา ขัดขวางนักลงทุนอื่น รวมถึงผลักดันให้ราคาหุ้น AKP ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และเป็นการส่งคำสั่งในลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
นอกจากนี้ ผู้กระทำความผิดทั้ง 4 รายดังกล่าว มีการทำรายการซื้อขายรายใหญ่ (Big Lot) หุ้น AKP ระหว่างกันที่ราคาสูงกว่าราคาตลาด เพื่อจูงใจให้นักลงทุนอื่นเข้าใจว่าหุ้น AKP มีความต้องการซื้อที่ราคาสูง ส่งผลให้นักลงทุนอื่นเข้าซื้อขายตาม เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้ทยอยขายเพื่อทำกำไร
การกระทำของกลุ่มผู้กระทำความผิดจำนวน 4 รายข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ตามมาตรา 244/3(1)(2) ประกอบมาตรา 244/5(2)(3)(5) และมาตรา 244/6(3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (แล้วแต่กรณี) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ดังนี้
(1) ให้นายวรดิศ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 675,056 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 17 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 34 เดือน
(2) ให้นางสาวภาวศุทธิ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 551,654 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 22 เดือน
(3) ให้นางมาร์การิต ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,777,109 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 22 เดือน
(4) ให้นางสาวกัญญา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,654,079 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 22 เดือน
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนดจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ
ทั้งนี้เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง

