TOA เปิดแคมเปญ “SuperShield” ลุยตลาดพรีเมียม ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 5% ทะลุ 2 หมื่นลบ.

TOA เปิดตัวแคมเปญ SuperShield ชูนวัตกรรม Triple Technology เสริมตลาดพรีเมียม ตั้งเป้ารายได้ปี 69 ที่ 22,867 ล้านบาท โต 5% พร้อมวางงบลงทุน 700 ล้านบาท รองรับขยายกำลังผลิตและโครงการสีเขียว


นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยว่า  บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์นวัตกรรมควบคู่การลงทุนเชิงโครงสร้าง ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 อยู่ที่ 22,867 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากตลาดต่างประเทศ รวมถึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามา ตลาดสีทาอาคารและสุขภัณฑ์

ล่าสุด บริษัทเปิดตัวแคมเปญ “SuperShield ที่สุดแห่งการปกป้องบ้าน” ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสีทาอาคาร ด้วยผลิตภัณฑ์ SuperShield ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคและโครงการก่อสร้างชั้นนำมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ดึงศิลปินร็อกแถวหน้า ตูน บอดี้สแลม ถ่ายทอดแนวคิดการปกป้องบ้านและครอบครัว

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวพัฒนาด้วยนวัตกรรม Triple Technology ประกอบด้วย นาโนไทเทเนียม เสริมความแข็งแรงของฟิล์มสี แบเรียม ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงแดด (Solar Reflectance) ได้สูงสุด 99.2% และมีค่าการคายความร้อน (Thermal Emittance) สูงถึง 90% และซิลิกา แอโรเจล ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน ลดการนำความร้อนเข้าสู่ผนังภายในอาคาร ทั้งนี้ บริษัทยังชูมาตรฐานระดับสากลด้วยการได้รับฉลาก EPD ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สีทุกรายการ นับเป็นรายแรกในประเทศไทย

ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา (R&D) เชิงประยุกต์ ควบคู่กระบวนการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม (Third-party Verification) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลเชิงประจักษ์และมาตรฐานรับรองมากขึ้น โดยกระบวนการทดสอบมาตรฐานใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทวัตถุดิบและประเด็นวิจัย

สำหรับนวัตกรรมด้านการคายความร้อน ซึ่งเดิมยังไม่มีมาตรฐานการวัดที่ชัดเจน บริษัทได้ร่วมมือกับนักวิชาการพัฒนาแนวทางการทดสอบและกำหนดวิธีการวัดผลอย่างเป็นระบบ สะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นการใช้งานจริง สอดรับบริบทอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ต้องการลดระยะเวลาการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน

ด้านเป้าหมายการเติบโตปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเติบโตภาพรวมราว 4% ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมระดับพรีเมียม รวมถึง SuperShield ซึ่งเป็น 1 ใน 4 กลุ่มสินค้าพรีเมียมของบริษัท ตั้งเป้าเติบโตระดับเลขสองหลัก จากการเปิดตัวสินค้าใหม่และการรุกตลาดเชิงคุณภาพ ปัจจุบันกลุ่มสีทาอาคารและสีตกแต่ง (Decorative Paint) มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 40% ของพอร์ตทั้งหมด โดยกลุ่มพรีเมียมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างอัตรากำไรและเสริมภาพลักษณ์แบรนด์

สำหรับแผนลงทุนปี 2569 บริษัทวางงบประมาณรวม 700 ล้านบาท แบ่งการใช้จ่ายออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1.โครงการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน (Green Projects) ใช้งบราวหนึ่งในสาม มุ่งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว

2.การบำรุงรักษาและปรับปรุงโรงงานเดิม (Factory Maintenance & Renovation) อีกหนึ่งในสาม โดยเฉพาะโรงงานสำโรงที่ดำเนินงานมากกว่า 40 ปี ครอบคลุมการปรับปรุงระบบไฟฟ้า โครงสร้างอาคาร และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

3.การขยายกำลังการผลิต รองรับความต้องการตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ การจัดสรรงบลงทุนดังกล่าวสะท้อนแนวทางบริหารสมดุลระหว่างการควบคุมต้นทุน การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และการเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทายและการแข่งขันในตลาดที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Back to top button