“กรรณ์” ชี้ตะวันออกกลางกดดัน SET จัดพอร์ต “Barbell Strategy” เก็บ MINT-BH รอรีบาวด์

“กรรณ์ หทัยศรัทธา” ประเมินตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย แนะนักลงทุนจัดพอร์ตแบบ “Barbell Strategy” กระจายการลงทุนระหว่างหุ้นที่ได้ประโยชน์และหุ้นเสี่ยง ชู PTTEP เป็นตัวเด่น ขณะเดียวกันมอง MINT และ BH เป็นจังหวะสะสมรอการฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย


นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อ เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เข้าสู่วันที่ 6 และยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายอย่างชัดเจน

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ กระแสเงินทุนโลกเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว จากช่วงต้นปีที่ตลาดคาดว่าเงินจะไหลออกจากสหรัฐเข้าสู่เอเชียและตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากมูลค่าหุ้นสหรัฐอยู่ในระดับสูง และเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า แต่เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนกลับหันไปถือ เงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ

แม้แต่ทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน ยังถูกขายทำกำไรบางส่วน เนื่องจากนักลงทุนถือครองสะสมไว้ก่อนหน้าแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2567–2568 จากความกังวลเรื่องหนี้สหรัฐและทิศทางดอกเบี้ย

อีกปัจจัยสำคัญคือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมัน รวมถึงประเทศไทย ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงแรง โดยก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจนต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker

จากการประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย หากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นทุก 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4–0.5% และกดดันการเติบโตของ GDP ลดลงประมาณ 0.1–0.15% ซึ่งสะท้อนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชียในวงกว้าง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงตลาดผันผวน CGSI แนะนำให้นักลงทุนใช้แนวทาง “Barbell Strategy” หรือการกระจายลงทุนในสินทรัพย์สองฝั่งที่มีระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน เพื่อบริหารความเสี่ยงของพอร์ต เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อเพียงใด โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ควบคู่กับหุ้นที่มีความเสี่ยง เพื่อกระจายผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกดดันเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันควบคู่กับสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำหรือเงินดอลลาร์ โดยหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานที่แนะนำ อย่าง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยกระจายสินทรัพย์ระหว่างฝั่งที่ได้ประโยชน์และฝั่งที่มีความเสี่ยง เพื่อให้พอร์ตสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

ขณะเดียวกัน หุ้นที่ยังมีปัจจัยความเสี่ยงแต่สามารถลงทุนได้ภายใต้กลยุทธ์ Barbell Strategy ได้แก่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ซึ่งหากสถานการณ์ความตึงเครียดคลี่คลาย หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมีโอกาสฟื้นตัวได้แรง

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่ม Defensive และหุ้นปันผลสูง ที่ราคาปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด อาจเป็นจังหวะในการทยอยสะสม โดยเฉพาะหุ้นที่มีรายได้หลักจากเศรษฐกิจในประเทศ เช่น กลุ่มธนาคาร และกลุ่มสื่อสาร อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรกระจายการลงทุนในหลายตัว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ต แม้ธุรกิจเหล่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ราคาหุ้นยังคงเคลื่อนไหวตามบรรยากาศของตลาดโดยรวม

ในส่วนของธีม China Play นายกรรณ์มองว่ายังมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเผชิญปัญหาหลายด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

พร้อมเตือนว่า ความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนเต็มที่คือความเป็นไปได้ของการยกระดับความขัดแย้ง หากสถานการณ์ลุกลามไปสู่การใช้อาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะกลายเป็นความเสี่ยงระดับโลกทันที

Back to top button