ขนทัพ “หุ้นบิ๊กแคป” โชว์ยีลด์เด่น 6–9% เหนือดอกเบี้ยหุ้นกู้หลายเท่า

ภาวะดอกเบี้ยต่ำราว 1% หนุนหุ้นปันผลบจ.ใหญ่กลับมาโดดเด่น หลัง Dividend Yield หลายบริษัทอยู่ระดับ 6–9% สูงกว่าดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่เฉลี่ยเพียง 2–3% โดยหุ้นเด่น ADVANC, GULF, SCB,CRC, CPAXT และ TU สะท้อนหุ้นบิ๊กแคปยังเป็นทางเลือกสร้างกระแสเงินสดในยุคดอกเบี้ยต่ำ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำราว 1% ทำให้ผลตอบแทนจากตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวยังอยู่ในระดับจำกัด โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ให้ผลตอบแทนเพียงประมาณ 1.9% ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มหันกลับมาพิจารณาการลงทุนใน “หุ้นปันผล” ของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง หลังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยหุ้นกู้ของบริษัทเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงมีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณว่าหุ้นหลายบริษัทที่มี อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ระดับ Investment Grade สามารถให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าผลตอบแทนตราสารหนี้หรือดอกเบี้ยหุ้นกู้ระยะยาวของบริษัทเดียวกัน โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีอายุประมาณ 3–5 ปี

จากการเปรียบเทียบข้อมูลพบว่า บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงจ่ายเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจ อาทิ ADVANC, GULF, SCB, CPALL, CPAXT, CRC, BEM, SCGP, BANPU, TU และ CENTEL เป็นต้น โดยบางบริษัทมี Dividend Yield อยู่ในระดับประมาณ 6–9% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ของบริษัทเดียวกันอยู่เพียงราว 2–3%

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ หุ้นปันผลของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งยังคงมีความน่าสนใจในฐานะ สินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสด (Income Asset) และอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนบางส่วนจากตลาดตราสารหนี้ให้กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในระยะต่อไป

สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้และผลตอบแทนจากเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน พบว่า
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.92% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 9.53%

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.15% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 5.75%

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.60% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 7.78%

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.34% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 3.37%

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.48% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.63%

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.93% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 4.67%

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.83% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 9.78%

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.32% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 2.63%

บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.15% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 3.37%

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.10% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 4.84%

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.33% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 1.89%

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.70% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.48%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท หรือ CPNREIT มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.04% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 7.17%

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.91% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.98%

บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.38%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.23% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.93%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.65% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.58%

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า หุ้นปันผลของบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีอันดับเครดิตระดับลงทุนยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุนในระยะยาว

Back to top button