
AEONTS ควักเงิน 300 ล้านบาท “ซื้อหุ้นคืน” รอบ 2 เริ่ม 20 เม.ย.นี้
บอร์ด AEONTS ไฟเขียวทุ่มงบ 300 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ผ่านกระดาน 2.5 ล้านหุ้น หรือ 1% เริ่ม 20 เม.ย. - 19 ต.ค. 69 หวังเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมดันกำไรต่อหุ้นและผลตอบแทนพุ่ง
บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stocks) เป็นครั้งที่ 2 โดยตั้งวงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืนไว้ที่ 300 ล้านบาท
สำหรับการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้มีจำนวน 2.5 ล้านหุ้น ซึ่งมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ทั้งนี้ เมื่อรวมกับหุ้นที่บริษัทซื้อคืนไว้แล้วก่อนหน้าจำนวน 2.5 ล้านหุ้น (ร้อยละ 1) ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 จะส่งผลให้บริษัทมีหุ้นซื้อคืนสะสมรวมทั้งสิ้นจำนวน 5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
โดยการซื้อหุ้นคืนโครงการก่อนหน้าได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งตามข้อกำหนดระบุว่าจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนและถือไว้ต้องมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 20 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และหากเกินจะต้องจำหน่ายออกภายใน 3 เดือน หรือดำเนินการลดทุนจดทะเบียน รวมถึงโครงการใหม่จะเริ่มได้เมื่อพ้นกำหนดเวลาโครงการเดิมแล้ว
สำหรับการดำเนินการซื้อหุ้นคืนจะใช้วิธีการจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกำหนดระยะเวลาที่จะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 จนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน ทางบริษัทได้กำหนดหลักเกณฑ์ราคาที่จะซื้อคืนไว้ว่าจะต้องไม่เกินกว่าร้อยละ 115 ของราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้าวันที่จะทำรายการซื้อ
ทั้งนี้ ราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันทำการ ระหว่างวันที่ 23 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2569 นั้นอยู่ที่ 97.02 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ บอร์ดยังให้เหตุผลของการซื้อหุ้นคืนว่า เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น รวมถึงช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลเพิ่มขึ้นเนื่องจากหุ้นที่บริษัทซื้อคืนกลับไปจะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล
ขณะเดียวกันบริษัทมีความจำเป็นต้องสำรองกำไรสะสมให้เท่ากับจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนจนกว่าจะจำหน่ายหุ้นออกไปได้ทั้งหมด สำหรับในส่วนของความพร้อมทางการเงินนั้น ข้อมูลจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 บริษัทมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรสูงถึง 20,764 ล้านบาท มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,815 ล้านบาท และมีลูกหนี้การค้า 68,531 ล้านบาท แม้บริษัทจะมีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนนับจากวันเริ่มซื้อหุ้นคืนจำนวน 3,500 ล้านบาท แต่โดยปกติเมื่อครบกำหนดจ่ายคืนเงินกู้อายุมากกว่า 1 ปี บริษัทจะใช้วิธีการกู้ต่อและชำระเพียงดอกเบี้ย ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัทแต่อย่างใด

