
“หุ้นเอเชีย” เปิดร่วง! เซ่นน้ำมันพุ่ง 7% เหตุเรือถูกโจมตีในอิรัก กังวลอุปทานตึงตัว
ตลาดหุ้นเอเชียร่วง หลังน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 7% ทะลุ 93 ดอลลาร์ รับข่าวเรือถูกโจมตีในอิรัก นักลงทุนยังกังวลอุปทานตึงตัว แม้ IEA และสหรัฐฯ เตรียมระบายคลังสำรองน้ำมันครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดทำการปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันนี้ (12 มี.ค.) ภายหลังจากราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 7% ในช่วงเช้า ท่ามกลางความไม่มั่นใจของนักลงทุนที่ประเมินว่า ปริมาณน้ำมันที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ เตรียมระบายออกจากคลังสำรองนั้น อาจไม่สามารถชดเชยอุปทานที่สูญเสียไปจากภาวะสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางได้
สำหรับความเคลื่อนไหวของดัชนีสำคัญในภูมิภาคเอเชีย ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดตลาดที่ระดับ 54,387.90 จุด ปรับตัวลดลง 637.47 จุด หรือ -1.16%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,719.47 จุด ลดลง 179.29 จุด หรือ -0.69% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,133.20 จุด ลดลง 0.23 จุด หรือ -0.01% นอกจากนี้ ดัชนี S&P/ASX200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 1.56% ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลง 0.75%
ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ในช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวพุ่งขึ้น 6.15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.05% แตะระดับ 93.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากรายงานข่าวการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันระหว่างประเทศจำนวน 2 ลำในน่านน้ำอิรัก ส่งผลให้ตลาดเกิดความวิตกกังวลเพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน อันเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์สงครามระหว่างประเทศอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณความคลี่คลาย
ขณะเดียวกัน ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ประกาศเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ถึงแผนการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมากถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากภัยสงคราม ซึ่งนับเป็นการระบายน้ำมันจากคลังสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของการก่อตั้ง IEA และมีปริมาณมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยอนุมัติในช่วงที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนเมื่อปี 2565
อย่างไรก็ดี ทาง IEA ยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนว่าปริมาณน้ำมันดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่ระบบตลาดเมื่อใด โดยระบุเพียงว่าการปล่อยน้ำมันจะเป็นไปตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ ในขณะที่นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยในวันพุธเช่นเดียวกันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนที่จะระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลออกจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อฉุดต้นทุนด้านพลังงานให้ปรับตัวลดลง

