
88TH ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โตทะลุ 30% เปิดตัวสินค้าใหม่ 15 SKU รุกตลาดจีน–ฮ่องกง
88TH ตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่มากกว่า 15 SKU รุกขยายตลาดจีนและฮ่องกง พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ผ่าน “บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด” เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว โดยคาดเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
นายชนพัฒน์ ขาวอุบล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท 88 (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการดำเนินธุรกิจในงาน Opportunity Day ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 658 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% จากปีก่อน
สำหรับแนวโน้มธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน พร้อมเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่มากกว่า 15 SKU ครอบคลุมกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายและรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและฮ่องกง เพื่อผลักดันการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทวางกลยุทธ์การเติบโตบน 3 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนาและขยายแบรนด์ LYO อย่างต่อเนื่องในฐานะแบรนด์หลัก การขยายตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นจีนและฮ่องกงซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือแล้ว และการต่อยอดสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ผ่านบริษัทลูก “บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด” เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
บริษัทมองว่าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังมีจำนวนผู้เล่นไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดตลาด จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดการเติบโตในระยะยาว
สำหรับโครงสร้างรายได้หลักของบริษัท มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ LYO ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 88% ของรายได้รวม โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ลดผมขาดหลุดร่วง ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม และผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับเส้นผม ขณะที่แบรนด์ Home ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยังเติบโตต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจรับจ้างผลิต หรือ OEM ของบริษัทลูก ก็มีสัญญาณขยายตัวชัดเจนเช่นกัน
ด้านช่องทางจัดจำหน่าย 88TH มีรายได้หลักจากตัวแทนจำหน่าย หรือ Agent รองลงมาคือ Modern Trade และช่องทางออนไลน์ โดยบริษัทพยายามกระจายรายได้ให้สมดุลมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่ง และรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคต
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทประเมินว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นหลังเทศกาลปีใหม่ แต่คาดว่าสินค้าใหม่จะเริ่มมีส่วนช่วยผลักดันรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไปมากขึ้น
อย่างไรก็ดีบริษัทติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันได้วางแผนร่วมกับซัพพลายเออร์ล่วงหน้า และจัดซื้อวัตถุดิบรวมถึงบรรจุภัณฑ์ครอบคลุมการผลิตในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ทำให้ยังสามารถบริหารต้นทุนได้ดีในปีนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่า 1 ปี บริษัทก็มีแผนสำรองในการหาทางเลือกด้านบรรจุภัณฑ์และบริหารจัดการโลจิสติกส์เพิ่มเติม
ในด้านการลงทุน บริษัทระบุว่าจะเน้นใช้งบลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิม โดยใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันยังไม่มีแผนควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการในระยะนี้ โดยจะเน้นการเติบโตผ่านการพัฒนาแบรนด์ของตนเองเป็นหลัก
ทั้งนี้บริษัทจะยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย โดยเฉพาะงบการตลาดในช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะเน้นประสิทธิภาพการใช้จ่าย การเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ และการคัดเลือกกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า เพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ผันผวน

