หุ้นไอพีโอที่โลกลืม ?

วันนี้ต้องยอมรับกันตามตรงว่า สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างยากจะไปต่อจริง ๆ เพราะหุ้นแกนหลักที่เคยพุ่งกระฉูดเกิดอาการเครื่องน็อคกลางอากาศ


วันนี้ต้องยอมรับกันตามตรงว่า สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างยากจะไปต่อจริง ๆ เพราะหุ้นแกนหลักที่เคยพุ่งกระฉูดเกิดอาการเครื่องน็อคกลางอากาศ ซึ่งเป็นผลมาจากกระแส AI ทั่วโลกถูกตั้งคำถามว่า กำลังจะเป็นฟองสบู่ใกล้แตก จึงทำให้นักลงทุนเร่งขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก พร้อมกับยกคำอธิบายมากมายก่ายกองแบบนี้..โบราณถึงพูดว่า ยามรักน้ำต้มผักยังหวานพะยะค่ะ

สาเหตุที่ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยเช่นนั้น ก็เป็นผลมาจากหลายคนพูดไปในทางเดียวกันว่า หุ้นกลุ่มดังกล่าวมีราคาเกินพื้นฐานไปมาก แต่เจ้ามือก็ยังดันหุ้นขึ้นไปเรื่อย ๆ ชนิดที่เรียกว่า “โนสน โนแคร์” อีฉันเลยมองว่า เกมหุ้นเที่ยวนี้อยู่ในมือฝรั่งหัวดำฝรั่งหัวทองเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และทำให้การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,563.59 จุด ลบไป 20.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.27 หมื่นล้านบาท เป็นผลมาจากหุ้น DELTA และผองเพื่อนหุ้นกลุ่มชิปเป็นหลักไงล่ะคะ

ที่น่าสนใจคือในช่วงที่ตลาดหุ้นให้ความสำคัญกับเรื่องเอไอเป็นหลัก ก็มีคนมาสะกิดถามเดี๊ยนว่า ไอพีโอปี 68 มีหุ้นเข้าตลาดกี่ตัว? และมีใครจำหุ้นได้ไหม? เดี๊ยนจึงอยากเม้าท์ถึงประเด็นดังกล่าวขึ้นมาทันที ผนวกกับคาดการณ์กันว่า ปี 69 น่าจะมีไอพีโอเตรียมเข้าตลาดหุ้น 19 ตัว และตอนนี้ได้รับการอนุมัติแล้วประมาณ 5 ตัว (ไม่รวม UNIX ที่เข้าไปแล้ว) จึงขอทบทวนสถานการณ์ของหุ้นไอพีโอ 18 ตัวปีที่แล้ว มีอะไรบ้างพะยะค่ะ

โดยหุ้นที่เข้า SET มีทั้งหมด 6 ตัว ซึ่งประกอบไปด้วย ATLAS, MASTEC, MRDIYT, ONSENS, SMO และ TURBO ส่วนที่เข้าตลาด mai มีทั้งหมด 12 ตัวได้แก่ 88TH, BKA, HANN, IDG, LTMH, MMM, MOTHER, NTF, NUT, PIS, SKIN และ WASH โดยที่หุ้นบางตัวทำให้นักลงทุนกระเป๋าตุง แต่หุ้นบางตัวก็ทำให้นักลงทุนกระเป๋าฉีกแล้ว..ฉีกอีก ยังจำกันได้บ่!

สำหรับเรื่องแรกที่ “โมนิก้า” อยากจะพูดถึงก็คือ หุ้นไอพีโอที่สามารถยืนปิดบวกได้ในวันแรกของ SET มีเพียงตัวเดียวก็คือ TURBO ซึ่งสามารถยืนเหนือจองได้ 26% ส่วนที่เหลืออีก 9 ตัวเป็นของ mai ทั้งนั้น! ไล่เรียงตั้งแต่ BKA (+36%),  HANN (+202%), IDG (+26%), LTMH (+1%), SKIN (+201%), 88TH (+50%), MOTHER (+15%), NTF (+16%) และ PIS (+20%) นะนายจ๋า

สิ่งที่ “โมนิก้า” อยากจะเสริมอีกนิดหนึ่งก็คือ การที่หุ้นไอพีโอยืนเหนือจองตั้งแต่วันแรกจำนวน 10 ตัวจากทั้งหมด 18 ตัว ถือเป็นเรื่องยังพอรับได้สำหรับตัวอีฉัน เพราะหุ้นเหล่านั้นมีการตั้งราคาจองหุ้นบน PE ต่ำ จึงมีแก๊ปให้รายย่อยเข้ามาตะลุมบอนกันอย่างเมามัน แต่สถานการณ์หลายอย่างไม่เอื้อให้นักลงทุนรายใหญ่ลุยสุดซอยเหมือนเมื่อก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้นยืนระยะไม่ได้ก็เท่านั้นเอง

จุดที่น่าสนใจคือ หุ้นที่ปิดเทรดวันสุดท้ายปี 68 ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดจากราคาไอพีโอมีเพียงตัวเดียวคือ HANN หรือ “โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล” ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ในตลาด mai โดยราคาปิดในวันนั้นอยู่ที่ 0.95 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 35.71% จากราคาจองซื้อที่ 0.70 บาท ขณะที่ราคาล่าสุดยืนปิดบริเวณ 0.91 บาทแบบนี้..คงต้องดูกำไรไตรมาส 2 จะทำได้ดีขนาดไหน? เพราะจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้หุ้นขึ้นอีกครั้งนะคะ

เหล่านี้เป็นข้อมูลคร่าว ๆ ที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้ได้ทันทีว่า ไอพีโอปีนี้น่าจะแห้งเฉาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะแค่มองเรื่องต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากค่าน้ำมันค่าไฟ รวมทั้งหุ้นที่เข้าเทรดก่อนหน้านี้หายต๋อมไปเฉย ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักลงทุนส่วนใหญ่หลงลืมไปว่า หุ้นตัวนั้น..หุ้นตัวนี้ยังอยู่ในตลาดหุ้น! เพราะตั้งแต่หุ้นส่วนใหญ่หลุดจองก็ไม่มีข่าวสารใหม่ ๆ ออกมาให้เห็นอีกเลยนะจะบอกให้

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button