
WHAIR โชว์รายได้ปี 68 ทะลุ 1 พันล้าน เคาะปันผล 0.1755 บ./หน่วย
WHAIR เผยผลดำเนินงานปี 68 แข็งแกร่ง ทำรายได้รวม 1,017 ล้านบาท กำไรจากการลงทุนสุทธิ 688 ล้านบาท เติบโต 18% พร้อมจ่ายประโยชน์ตอบแทนไตรมาส 4 ที่ 0.1755 บาทต่อหน่วย
นางสาวจารุชา สติมานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของกองทรัสต์ WHAIR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ของกองทรัสต์อยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมสะสมทั้งปี 1,017 ล้านบาท และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ (Net Investment Income) อยู่ที่ 688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า สะท้อนการเติบโตทั้งด้านรายได้ การบริหารต้นทุน และการขยายตัวของสินทรัพย์ในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ กองทรัสต์ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนสำหรับไตรมาส 4/2568 ในอัตรา 0.1755 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 9 มีนาคม 2569 และวันจ่ายประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 27 มีนาคม 2569 สะท้อนความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจุบัน WHAIR ลงทุนในทรัพย์สินรวม 170 ยูนิต คิดเป็นพื้นที่เช่ารวม 468,990 ตารางเมตร โดยมีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) อยู่ที่ 94.5% และมีอัตราการต่อสัญญาเช่า (Renewal Rate) สูงถึง 82.0% สะท้อนคุณภาพของทรัพย์สินที่สามารถตอบโจทย์ผู้เช่าจากหลากหลายอุตสาหกรรม และสนับสนุนการสร้างรายได้รวมถึงผลตอบแทนที่มั่นคงอย่างต่อเนื่องแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์
ในด้านเสถียรภาพระยะยาว กองทรัสต์มีอายุสัญญาเช่าคงเหลือเฉลี่ย (Average Remaining Leasehold Life) อยู่ที่ 52.8 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน การได้รับการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์จากเครือข่ายของ WHA Group ในฐานะ Property Manager ยังช่วยให้กองทรัสต์สามารถรักษามาตรฐานการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กองทรัสต์ยังได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ “BBB+” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด หรือ TRIS Rating ตลอดจนได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืน ผ่านการติดอันดับ SET ESG100 และได้รับคะแนนเต็มจาก GRESB ซึ่งสะท้อนมาตรฐานการบริหารจัดการทรัพย์สินและการดำเนินงานด้าน ESG ที่อยู่ในระดับน่าพอใจ
นางสาวจารุชา กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของสินทรัพย์อุตสาหกรรมในทำเลยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่ากองทรัสต์จะยังคงมุ่งรักษามาตรฐานการบริหารจัดการพอร์ตทรัพย์สินให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ต่อไป

