บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชี้ KKP กำไรไตรมาส 1 แตะ 1.81 พันลบ. รับสินเชื่อ-ค่าฟีโตแกร่ง

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมิน KKP มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.81 พันล้านบาท โต 70.4% จากปีก่อน รับแรงหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมและสินเชื่อฟื้นตัว พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 86 บาท ชูจุดเด่นปันผลสูง 7-8% ต่อปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1.81 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 70.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 29% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรก่อนหักสำรองจะอยู่ที่ 3.29 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 35.0% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของสินเชื่อ 1.5% จากไตรมาสก่อน แม้ยังลดลง 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส โดยสินเชื่อบรรษัทในกลุ่มเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นและสินเชื่อเอสเอ็มอีเป็นตัวนำ ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงหดตัว

นอกจากนี้ คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจะอยู่ที่ 4.53% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2 basis points จากไตรมาสก่อน จากต้นทุนเงินทุนที่ลดลงเร็วกว่าผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.0% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 30.3% จากปีก่อน โดยมีแรงสนับสนุนจากรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้น สอดคล้องกับปริมาณการซื้อขายในตลาดที่เพิ่มขึ้น 55.8% จากไตรมาสก่อน และ 28.0% จากปีก่อน

ในด้านการบริหารต้นทุน ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะทรงตัว ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 52.3% จาก 54.8% ในไตรมาส 4/2568

สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ ประเมินว่ายังอยู่ในระดับทรงตัว โดยคาดว่าสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL จะอยู่ที่ 4.21% ลดลงจาก 4.29% ในไตรมาส 4/2568 และยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารที่ 4.40% อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในปี 2569 คาดว่าต้นทุนความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 171 basis points จาก 141 basis points ในไตรมาสก่อน ขณะที่ทั้งปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 170 basis points ซึ่งยังสอดคล้องกับกรอบเป้าหมาย 160-180 basis points ของธนาคาร

พร้อมกันนี้ คาดว่าสัดส่วนสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพในไตรมาส 1/2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 138.2% จาก 136.5% ในไตรมาส 4/2568 สะท้อนการตั้งสำรองที่รอบคอบมากขึ้น

ในระยะถัดไป ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่ากำไรสุทธิของ KKP ในช่วงปี 2569-2571 จะเติบโตเฉลี่ยสะสม 6.2% ต่อปี ขณะที่กำไรต่อหุ้นจะเติบโตเฉลี่ย 3.5% ต่อปี โดยชะลอกว่าอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิจากผลกระทบของการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ KKP-W6 จำนวน 22.95 ล้านหน่วย ที่ราคาใช้สิทธิ 70 บาท และหุ้นซื้อคืนจำนวน 12.03 ล้านหุ้น

ส่วนสินเชื่อในช่วงปี 2569-2571 คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 1.1-2.0% ต่อปี ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยงมีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 160-170 basis points จาก 172 basis points ในปี 2568 นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้คาดว่าจะทยอยลดลงมาอยู่ที่ 53.5-55.0% จาก 56.3% ในปี 2568 ตามผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิคาดว่าจะลดลงจาก 4.42% ในปี 2568 มาอยู่ที่ 4.26-4.32% จากการที่ธนาคารหันไปเน้นสินเชื่อที่มีมาร์จิ้นต่ำลง แต่มีคุณภาพสินเชื่อสูงขึ้น

ด้วยปัจจัยดังกล่าว ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KKP โดยมองว่าหุ้นยังมีความน่าสนใจทั้งในด้านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงราว 7-8% ต่อปี และแนวโน้มการกลับมาเติบโตจากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 86 บาท อ้างอิงวิธี Gordon Growth Model หรือ GGM คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีที่ 1.09 เท่า ภายใต้สมมติฐานผลตอบแทนผู้ถือหุ้นระยะยาวที่ 10.0% และต้นทุนเงินทุนที่ 9.3%

Back to top button