CGSI คาดกรอบ SET วันนี้ 1,400-1,430 จุด ชูหุ้นเด่น BDMS-KTB

CGSI ประเมิน SET แกว่ง 1,400-1,430 จุด หวั่นสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง-สกัดเฟดลดดอกเบี้ย พร้อมหั่นเป้า GDP ปีนี้ลงเหลือ 1.6% ชูกลยุทธ์แนะนำ "ซื้อ" หุ้นเด่น BDMS และ KTB


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นไทย โดยประเมินว่าดัชนี SET Index จะแกว่งตัวผันผวนอยู่ในกรอบ 1,400-1,430 จุด เนื่องจากตลาดยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวพุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ โดยสถานการณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงภายในปีนี้

นอกจากนี้ หากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทรงตัวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน อาจสร้างแรงกดดันต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้ปรับตัวลดลง 0.3-0.6% ด้วยเหตุนี้ ทาง CGSI จึงได้ดำเนินการปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP (GDP growth) ในปี 2569 ลงเหลือระดับ 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะยืดเยื้อกินระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ทาง CGSI ได้ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ในหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS โดยคาดการณ์ว่าบริษัทจะมีรายได้เติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่อยู่ในระดับสูงของช่วงไตรมาสที่ 1/2568 เนื่องจากรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 11% จากปีก่อน

ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมายเดิมคือ 28.50 บาท ซึ่งระดับราคาดังกล่าวจะเทียบเท่ากับอัตราส่วน P/E ที่ 25 เท่า ในปีงบประมาณปี 70 หรือคิดเป็นระดับ -1.5SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี (ให้จุดทำกำไร หรือ Take profit ที่ 18.80 บาท และมีจุดตัดขาดทุน หรือ Stop loss ที่ 18.10 บาท)

นอกจากนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB โดยคาดการณ์ว่าสินเชื่อของธนาคารจะมีการเติบโตที่ระดับ 0-2% ในปี 2569 ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับทิศทางของธนาคารขนาดใหญ่แห่งอื่นๆ และคาดว่ารายได้จากค่าธรรมเนียมจะเติบโตเป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ พร้อมกันนี้ ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายในสิ้นปี 2569 ขึ้นจากเดิม 30 บาท เป็น 35 บาท ซึ่งจะเทียบเท่ากับอัตราส่วน P/BV ที่ 1 เท่า ในปี 2569 (ให้จุดทำกำไร หรือ Take profit ที่ 36.00 บาท และมีจุดตัดขาดทุน หรือ Stop loss ที่ 34.25 บาท)

Back to top button