ส่งออก ก.พ. โต 9.9% สวนทางนำเข้าพุ่ง SCB EIC ชี้ 2 ปัจจัยเสี่ยงกดดันดุลการค้าปีนี้

SCB EIC เผยส่งออก ก.พ. 26 โต 9.9% ชะลอลง แต่นำเข้าพุ่ง 31.8% สูงสุดรอบ 50 เดือน จับตาผลกระทบสงครามอิหร่าน-ภาษีสหรัฐฯ ซ้ำเติมยอดขาดดุล ขณะที่พาณิชย์ประเมินส่งออกปีนี้กรณีฐานติดลบ 1%


ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) รายงานภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 พบว่า มูลค่าการส่งออกชะลอตัวลงแต่ยังคงขยายตัวในระดับสูงที่ 9.9% จากปีก่อนหน้า ด้วยมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการชะลอตัวจากเดือนมกราคมที่เติบโตสูงถึง 24.4% จากปีก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ SCB EIC รวมถึงค่ากลางของ Reuters Poll ประเมินไว้ที่ 15.8% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วพบว่าหดตัวแรงถึง -11.1% (MOM_SA) จากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมมูลค่าการส่งออกของไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ยังคงขยายตัวสูงถึง 17% ก่อนที่สงครามในอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา

สำหรับปัจจัยสนับสนุนหลักของการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ มาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสูงกว่า 56.8% โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (49.8%), เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ (41.8%), เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (217.6%), เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ (251.5%) และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ (47.1%) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นและแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ทั่วโลก ส่งผลให้การส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปยัง 11 ใน 15 คู่ค้าสำคัญขยายตัว และเป็นตัวขับเคลื่อนให้การส่งออกไทยในภาพรวมเดือนนี้เติบโตเพิ่มขึ้น (CTG) 9.5%

นอกจากนี้ ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญ โดยการส่งออกขยายตัวสูง 40.5% ชะลอลงเล็กน้อย สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมขยายตัวถึง 97.8% และสินค้ากลุ่มอื่น ๆ ขยายตัว 9.7% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ แม้เผชิญกำแพงภาษี 19% (ก่อนลดเหลือ 10% ภายใต้มาตรา 122 หลังศาลฎีกาตัดสินยกเลิกอำนาจรัฐบาลสหรัฐฯ ตาม IEEPA) ขณะที่การส่งออกทองคำขยายตัวเพียง 18.2% ชะลอลงมากจากที่เติบโตสูง 136.2% ในเดือนก่อน ตามทิศทางราคาทองคำที่ปรับลดลง

ด้านการนำเข้าสินค้าเดือนกุมภาพันธ์ มีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดในรอบ 50 เดือน เร่งตัวขึ้นจากระดับ 29.4% ในเดือนก่อน และสูงกว่าประมาณการที่ SCB EIC และ Reuters Poll ประเมินไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปที่ขยายตัวสูง 53.3% นำโดยทองคำ (165%) และอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (84.8%) เพื่อใช้ผลิตและส่งออก ส่งผลให้กลุ่มนี้ช่วยหนุนการเติบโตของการส่งออกรวมได้กว่าครึ่ง (CTG 22.5%)

นอกจากนี้ สินค้าทุนยังขยายตัวสูงถึง 49.3% นำโดยเครื่องจักรไฟฟ้า (91.0%) และเครื่องจักรกล (19.2%) เพื่อรองรับแนวโน้มการลงทุนด้าน Data center การนำเข้าที่พุ่งสูงนี้ส่งผลให้ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ขาดดุลต่อเนื่องที่ -2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี ไทยขาดดุลการค้าสะสมแล้วถึง -6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

SCB EIC ประเมินว่า การค้าระหว่างประเทศของไทยในปีนี้ต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่กดดันเพิ่มขึ้น เริ่มจากสงครามตะวันออกกลางที่แม้จะกระทบการส่งออกทางตรงค่อนข้างจำกัด แต่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อบางอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาดดังกล่าว เช่น ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้, ปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง, ข้าว และรถยนต์ รวมถึงผลกระทบทางอ้อมจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจเอเชียและยุโรป อย่างไรก็ดี อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาสินค้าส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันสูงขึ้น นอกจากนี้ ดุลการค้าไทยมีแนวโน้มย่ำแย่ลงจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิราว 8% ของ GDP และพึ่งพาตะวันออกกลางถึง 59% ผนวกกับต้นทุนค่าขนส่งและการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แม้ในระยะสั้นไทยจะได้อานิสงส์จากการลดอัตราภาษีเหลือ 10% เป็นเวลา 150 วัน (24 ก.พ. – 24 ก.ค.) ตามอำนาจมาตรา 122 แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม สหรัฐฯ ประกาศสอบสวน 16 ประเทศคู่ค้ารวมถึงไทย ภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) เนื่องจากไทยขยับขึ้นมาเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงสุดเป็นอันดับ 7 ในปี 2025 ทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมหลังเดือนกรกฎาคมนี้

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินมูลค่าการส่งออกไทยปี 2569 ไว้ 3 กรณี คือ กรณีดีที่สุด +1.1%, กรณีฐาน -1% และกรณีแย่ที่สุด -3% โดย SCB EIC อยู่ระหว่างการทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและทิศทางการค้า เพื่อเผยแพร่ประมาณการใหม่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

Back to top button