
“มิลเคน” ยกมาเลเซียแชมป์ดึงดูดลงทุนอาเซียน รั้งอันดับ 23 ของโลก
สถาบันมิลเคนเปิดเผยดัชนี GOI ประจำปี 2569 ยกมาเลเซียรั้งเบอร์ 1 จุดหมายน่าลงทุนที่สุดในอาเซียน และอันดับ 23 ของโลก ชูจุดเด่นพื้นฐานเศรษฐกิจและสถาบันการเงินแกร่ง ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติทะลัก
สำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างอิงข้อมูลจากรายงานดัชนีโอกาสด้านการลงทุนระดับโลก (Global Opportunity Index หรือ GOI) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันมิลเคน (Milken Institute) เปิดเผยว่า ประเทศมาเลเซียได้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนที่น่าดึงดูดใจที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ พร้อมทั้งขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 23 ของโลก ซึ่งถือเป็นอันดับที่สูงที่สุดในภูมิภาคเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาด้วยกัน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากคุณภาพของสถาบันที่เข้มแข็งและปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีความมั่นคง
รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า มาเลเซียมีความโดดเด่นในด้านความสม่ำเสมอของผลการประเมินในทั้ง 5 เสาหลักของดัชนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในเสาหลักสำคัญ ซึ่งส่งผลให้มาเลเซียสามารถครองอันดับที่ 17 ในด้านบริการทางการเงิน และอันดับที่ 18 ในด้านการรับรู้ทางธุรกิจ
ทั้งนี้ ดัชนีโอกาสด้านการลงทุนระดับโลก เป็นการจัดอันดับที่จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยใช้เกณฑ์การประเมินตัวแปรจำนวน 101 ตัว ใน 5 หมวดหมู่หลัก ประกอบด้วย การรับรู้ทางธุรกิจ, พื้นฐานทางเศรษฐกิจ, บริการทางการเงิน, กรอบสถาบัน และมาตรฐานและนโยบายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในแง่ของการจัดสรรเม็ดเงินทุนในระดับโลก
ข้อมูลจากรายงานยังชี้ให้เห็นว่า ตลาดที่มีการเติบโตหลัก 6 แห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถดึงดูดกระแสเงินทุนให้ไหลเข้าสู่กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่และกำลังพัฒนาได้รวมถึงร้อยละ 8.2 ในช่วงระหว่างปี 2564-2567 โดยสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของกระแสเงินทุนเหล่านั้น มาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
นายแมทธิว อาเลชี ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิศาสตร์เศรษฐกิจของสถาบันมิลเคน และหนึ่งในผู้จัดทำรายงานฉบับนี้ กล่าวให้ความเห็นว่า เรื่องราวการเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีความน่าดึงดูดใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักลงทุนได้เริ่มแสดงให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบในการคัดเลือกประเทศเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันกำลังเห็นแนวโน้มการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนโลกเข้าสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นภูมิภาคที่ได้รับประโยชน์หลักจากแนวโน้มในครั้งนี้
นายอาเลชี กล่าวทิ้งท้ายว่า กลุ่มประเทศที่สามารถรักษาความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการเงินให้มีความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งในด้านการกำกับดูแล จะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสดีที่สุดในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในระยะยาว
(หมายเหตุ: ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพซินหัว – ผู้คนปั่นจักรยานในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย วันที่ 11 มี.ค. 2565)

