SCB ปักธง Virtual Bank ปลายปีนี้ ชูโมเดลใหม่เข้าถึงคนไม่มีเครดิต

SCB เดินหน้าพัฒนา Virtual Bank ภายใต้ชื่อ “Bank X” ตั้งเป้าเปิดบริการปลายปีนี้ ย้ำหัวใจสำคัญไม่ใช่ความเร็ว แต่คือเสถียรภาพและความแตกต่างของบริการ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้า Financial Inclusion ผ่านเทคโนโลยีและการประเมินเครดิตรูปแบบใหม่ หวังดึงคนเข้าไม่ถึงระบบธนาคารเข้าสู่บริการทางการเงินอย่างแท้จริง


นายอารักษ์ สุธีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ภายใต้ชื่อ “Bank X” ว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบและเตรียมความพร้อมในหลายด้าน โดยตั้งเป้าหมายพยายามเปิดให้บริการภายในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังต้องใช้เวลาเพิ่มเติม เนื่องจาก SCBX ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบที่มีเสถียรภาพ มีความปลอดภัย และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าการเร่งเปิดตัวเพียงเพื่อแข่งขันด้านเวลา

ทั้งนี้ บริษัทมองว่า Virtual Bank ไม่ควรเป็นเพียงแค่บริการธนาคารดิจิทัลในรูปแบบเดิมที่ย้ายมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ต้องมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจาก Digital Banking ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน ทั้งในด้านประสบการณ์ผู้ใช้งาน รูปแบบบริการ และการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ระบบธนาคารแบบดั้งเดิมยังเข้าไม่ถึง จึงต้องใช้เวลาในการออกแบบโมเดลธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของ Virtual Bank อย่างแท้จริง

นายอารักษ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา SCBX ได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแผนดำเนินงานทั้งหมด ทั้งในด้านการสร้างระบบ การทดสอบระบบ และระยะเวลาการเริ่มดำเนินงาน (Implementation Timeline) ซึ่ง ธปท. รับทราบถึงรายละเอียดและความซับซ้อนของขั้นตอนต่างๆ รวมถึงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดความล่าช้าในบางช่วงของกระบวนการพัฒนา เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่เปิดให้บริการจะมีความพร้อมสูงสุด

สำหรับประเด็นด้านการแข่งขัน มองว่า การเป็นผู้เล่นรายแรกในตลาดอาจมีความได้เปรียบ หากเป็นบริการใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่สำหรับธุรกิจธนาคาร ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นอยู่แล้วจำนวนมาก การมีธนาคารเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรายในตลาด จะไม่มีความหมาย หากไม่สามารถสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนให้กับลูกค้าได้ ดังนั้น แม้ SCBX อาจใช้เวลาเปิดตัวช้ากว่าผู้เล่นรายอื่นบ้าง แต่สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากกว่าคือการสร้างบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง และมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม

“สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใครเปิดก่อนหรือเปิดหลัง แต่คือใครสามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าได้จริง หากสุดท้ายแล้วเป็นเพียงธนาคารอีกแห่งหนึ่งที่ให้บริการเหมือนเดิม ก็อาจไม่มีความหมายต่อผู้บริโภค” นายอารักษ์ กล่าว

ในด้านกลุ่มเป้าหมาย SCBX วางตำแหน่งของ Virtual Bank ให้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบเดิม หรือกลุ่ม Financial Inclusion ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ที่ยังมีช่องว่างทางการเงินอยู่มาก โดยจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงวิธีการประเมินเครดิตรูปแบบใหม่เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงิน

รูปแบบการประเมินเครดิตดังกล่าวจะต่างจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิมที่มักพิจารณาจากรายได้ประจำหรือข้อมูลเครดิตในระบบเป็นหลัก โดย Virtual Bank จะสามารถนำข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) หรือพฤติกรรมทางการเงินในรูปแบบอื่นมาประกอบการวิเคราะห์ได้ ทำให้สามารถมองเห็นศักยภาพของลูกค้าที่เดิมอาจถูกมองว่าไม่มีข้อมูลเครดิตเพียงพอ หรือมีความเสี่ยงสูงเกินไปสำหรับธนาคารทั่วไป

นายอารักษ์ กล่าวว่า Virtual Bank บริษัทไม่ได้มองว่าจะเกิดการแย่งตลาดกันเอง เพราะตลาดกลุ่ม Financial Inclusion ยังมีขนาดใหญ่มาก และยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น การมีผู้เล่นหลายรูปแบบเข้ามาช่วยกันตอบโจทย์ลูกค้า จะยิ่งช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ครอบคลุมมากขึ้น

สำหรับโครงสร้างการถือหุ้นของ Virtual Bank ในเบื้องต้น SCBX จะถือหุ้นในสัดส่วน 90% ขณะที่ Kakao Bank จากเกาหลีใต้ ถือหุ้น 10% อย่างไรก็ตาม นายอารักษ์ระบุว่า การพิจารณาเพียงตัวเลขสัดส่วนการถือหุ้นอาจไม่สะท้อนภาพทั้งหมดของความร่วมมือ เพราะภายใต้โครงการยังมีข้อตกลงด้าน Partnership Agreement และ Commercial Agreement ที่กำหนดบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ รวมถึงรูปแบบผลตอบแทนของแต่ละฝ่ายไว้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ พันธมิตรแต่ละรายจะมีบทบาทตามความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน และได้รับผลตอบแทนตาม Contribution ที่นำเข้ามาสู่โครงการ เพื่อให้การทำงานร่วมกันมีความยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการรวมกลุ่มเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการสร้างธุรกิจอย่างแท้จริง

นายอารักษ์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ Virtual Bank ของ SCBX ไม่ใช่การแข่งขันเรื่องความเร็วในการเปิดตัว แต่คือการสร้างระบบที่มีเสถียรภาพ มีความแตกต่าง และสามารถช่วยให้กลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในอดีต เข้าสู่ระบบการเงินได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนา Virtual Bank ในระยะยาว

Back to top button