
“สุเชษฐ์” มอง SET ไซด์เวย์ ชู KTB-COM7-BANPU-AURA-OSP เล่นรอบ
“สุเชษฐ์ สุขแท้” ประเมิน SET วันนี้เคลื่อนไหว Sideway ให้แนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,530-1,540 จุด แนะคัดหุ้นเด่นหลังประกาศงบไตรมาส 1/69 แข็งแกร่ง จับตา KTB, COM7, BANPU, AURA และ OSP เป็นหุ้นเล่นรอบ พร้อมโฟกัสหุ้นรายตัวในกลุ่มแบงก์ พาณิชย์ เกษตร ยานยนต์ และปิโตรเคมี ที่ผลประกอบการออกมาดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าดัชนี SET มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ หรือ Sideway โดยให้จับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 1,500 จุด หากดัชนีปรับตัวต่ำกว่าระดับดังกล่าว แนะนำให้พิจารณาตัดขาดทุน ส่วนแนวต้านอยู่บริเวณ 1,530-1,540 จุด
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ซึ่งเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทองคำ โดยราคาหุ้นปิดล่าสุดที่ 14.50 บาท ให้แนวรับบริเวณ 14 บาท และแนวต้าน 15 บาท ขณะที่ราคาทองคำโลกเริ่มอ่อนตัวลงจากระดับสูง จึงแนะนำเล่นรอบตามจังหวะการแกว่งตัวของราคา
ด้านบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ราคาปิดวานนี้ที่ 5.60 บาท หลังผลประกอบการออกมาอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ โดยให้แนวรับใกล้บริเวณ 5.40 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 6 บาท เหมาะสำหรับการเก็งกำไร
ขณะที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ยังมีสัญญาณแข็งแกร่ง หลังราคาปรับขึ้นมาปิดวานนี้ที่ 34.75 บาท โดยมีแนวต้านแรกบริเวณ 35 บาท และมีโอกาสทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 36 บาท ส่วนกลยุทธ์ระยะกลางถึงยาว มองว่าระดับ 32-33 บาท เป็นโซนสะสมที่มีความปลอดภัยมากกว่า
ส่วนบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เป็นหุ้นที่ผลประกอบการออกมาใช้ได้ โดยราคาปิดล่าสุดที่ 25.25 บาท ให้แนวรับที่ 25 บาท และแนวต้านที่ 27 บาท พร้อมมีโอกาสลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ เหมาะสำหรับการเล่นรอบ
นอกจากนี้ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP แม้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวค่อนข้างช้า แต่สามารถใช้ระดับ 14 บาทเป็นจุดรับ หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวควรตัดขาดทุน ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 15.50 บาท
นายสุเชษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังผ่านช่วงประกาศผลประกอบการแล้ว กลยุทธ์การลงทุนควรเน้นคัดเลือกหุ้นรายตัวในกลุ่มที่ผลประกอบการออกมาดี และมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มเกษตร ยานยนต์ ธนาคาร วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และพาณิชย์
สำหรับกลุ่มเกษตร โฟกัส TFM และ UVAN เนื่องจากผลประกอบการออกมาดี ขณะที่หุ้นอย่าง STA และ NER ผลงานยังไม่โดดเด่นมากนัก ส่วนกลุ่มยานยนต์ แนะนำ MGC เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม รองลงมาคือ SAT, AH และ TSC
ด้านกลุ่มธนาคาร หุ้นเด่น ได้แก่ KTB, KBANK, KKP และ TISCO ซึ่งมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มวัสดุก่อสร้าง หุ้นที่ดูโดดเด่น ได้แก่ DCON, STECON และ SCC ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมี มองว่า PTTGC มีการฟื้นตัวโดดเด่นกว่า IVL และให้จับตาหุ้น SUTHA
สำหรับกลุ่มพาณิชย์ หุ้นที่น่าสนใจจากผลประกอบการที่ดี ได้แก่ CPALL, COM7, MOSHI และ SVT ส่วนหุ้นเก็งกำไรอื่น ๆ ได้แก่ MEGA และ CRC ซึ่งมีทิศทางผลประกอบการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
สำหรับทิศทางเม็ดเงินลงทุน มองว่ากองทุนต่างชาติยังมีบทบาทสำคัญต่อตลาดหุ้นไทย หลังทยอยสะสมหุ้น ขณะที่กองทุนในประเทศมีแรงขายออกมาในช่วงก่อนหน้า โดยประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังไม่น่าปรับตัวลงแรง เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังมีมาตรการจากภาครัฐเข้ามาช่วยประคอง และยังต้องติดตามกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมถึงทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศประกอบการลงทุนอย่างใกล้ชิด
