
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 183 จุด หุ้นเฮลธ์แคร์-สินค้าอุปโภคบริโภคหนุนตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 182.60 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกเล็กน้อย หลังนักลงทุนพักแรงซื้อหุ้น AI และจับตาความคืบหน้าการเจรจาในตะวันออกกลางอย่างระมัดระวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (27 พ.ค.69) โดยดัชนีหลักปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI หลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า พร้อมติดตามพัฒนาการการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,644.28 จุด เพิ่มขึ้น 182.60 จุด หรือ +0.36% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,520.36 จุด เพิ่มขึ้น 1.24 จุด หรือ +0.02% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,674.74 จุด เพิ่มขึ้น 18.55 จุด หรือ +0.07%
สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า นักลงทุนเริ่มพักแรงซื้อในหุ้นกลุ่ม AI หลังตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน โดยนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าบางส่วน แม้ยังมีประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องหารือเพิ่มเติม
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง โดยหุ้น JPMorgan Chase ร่วง 2.43% ภายหลังนายเจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เตือนว่า ค่าใช้จ่ายของบริษัทในปีนี้อาจสูงกว่าที่ประเมินไว้ราว 1 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และสินค้าอุปโภคบริโภคช่วยพยุงดัชนีดาวโจนส์ โดยหุ้น Procter & Gamble ปรับตัวขึ้น 3.17% ขณะที่หุ้น UnitedHealth เพิ่มขึ้น 1.90%
ด้านดัชนีกลุ่มพลังงานใน S&P 500 ปรับลดลง 1.5% ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงขายทำกำไร หลังปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ตลาดจะเริ่มชะลอความร้อนแรงของหุ้น AI แต่ภาพรวมตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยประคองความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะนี้
