
TPS ไฟเขียวปันผล 0.12 บาท โชว์แบ็กล็อก 1.8 พันล้าน ลั่นปี 69 รายได้พุ่งนิวไฮ
ผู้ถือหุ้น TPS มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลอีก 0.12 บาท/หุ้น เตรียมรับทรัพย์ 19 พ.ค.นี้ ด้านผู้บริหาร "บุญสม" กางแผนปี 69 รุกธุรกิจ AI-Smart Health โชว์แบ็กล็อก 1,896 ลบ. มั่นใจรายได้โต 15-20% ทำนิวไฮ
นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TPS เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 83.94 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568
ทั้งนี้ ส่งผลให้ยังคงเหลือเงินปันผลที่บริษัทจะต้องจ่ายเพิ่มเติมอีกในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 50.36 ล้านบาท โดยได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 27 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569
“บริษัทต้องขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้นทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในทีมผู้บริหาร ซึ่งสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 138.79 ล้านบาท และสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง” นายบุญสม กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทมีความพร้อมในการเร่งพัฒนาธุรกิจใหม่ที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มทดลองใช้งานภายในองค์กรและเริ่มนำเสนอต่อลูกค้าแล้ว ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Smart Health บริษัทเตรียมนำเสนอโซลูชันดังกล่าวให้แก่ลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลและสถานพยาบาล เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
ส่วนกลุ่มธุรกิจหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย งานวิศวกรรมโยธาด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโทรคมนาคม ตลอดจนบริการด้านไอทีอื่น ๆ นั้น ยังคงมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานบริการดูแลและบำรุงรักษาระบบที่ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPS กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทและบริษัทย่อยพร้อมเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานใหม่ ๆ ทั้งจากโครงการของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ซึ่งปัจจุบันมีตุนไว้แล้วกว่า 1,896 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในแต่ละไตรมาส พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีความมั่นใจว่าภาพรวมรายได้ในปีนี้จะสามารถเติบโตในระดับ 15-20% จากปีที่ผ่านมา และสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ได้อีกครั้ง